| ☆Dear☆ディア☆'s profile☆DeaR☆ディア☆PhotosBlogLists | Help |
|
May 29 Someday We'll KnowSomeday we'll know
If love can move a mountain Someday we'll know Why the sky is blue Someday we'll know Why I wasn't meant for you Someday we'll know Why Samson loved Delilah One day I'll go Dancing on the moon Someday you'll know That I was the one for you วันนี้
ออกไปพาราก้อน
เดินหาซื้อของขวัญให้ตัวเอง
ในวันพิเศษ
ที่ไม่มีความหมายอีกต่อไป
ซื้อหนังสือ
ซื้อเสื้อผ้า
ซื้อชุดสปา
ซื้อความสุข ให้ตัวเอง
ถ้าเค้าไม่รักเรา
เราก็รักตัวเองให้มากๆดีกว่า
สุขสัตน์วันครบรอบ แด่ตัวเอง
May 17 I'm tagged!คือแบบว่า โดนพี่บอลแทกมา แล้วไม่ได้รู้เรื่องเลย เค้าแทกเปนชาติแล้ว แต่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งรู้ตัว เสร่อเนอะ เลยแปะไว้ซักพักแล้ว วันนี้จาเอามาเขียนซะหน่อย
อืมมมม เขียนเรื่องอารายดีอ่ะ แบบว่าเรื่องของตัวเองพอนึกไปนึกมามันก็เยอะมากมาย ไม่รู้จะเขียนอะไรยังไงดี ง่า
เอางี้ นึกอะไรได้จะเขียนเลยละกัน
1. My Childhood -- เด็กหญิงธันญา
ตอนเล็กๆเป็นเด็กที่กล้าแสดงออกมากกก ถึง มากที่สุด แบบว่า มีงานโรงเรียนอะไรไม่มีที่ธันญาจะพลาด ร้องเพลง เต้น รำ นางนพมาศ ประกวดโน่นนี่ เป็นเด็กที่ชอบเวทีมากๆ ถึงขนาดที่เห็นเปนไม่ได้ อยากจะขึ้นไปเสียเหลือเกิน (ทั้งๆที่บางทีตัวเองไม่เกี่ยว) ก็แม่เห็นแววความบ้าเห่อเวทีของเรา เลยจับไปประกวด หนูน้อยจักรวาล ฮ่าๆ ชื่อเวอร์ป้ะ จิงๆก็เปนแค่งานประกวดของเดอะมอลล์เท่านั้นแหละ ตอนนั้นห้าหกขวบ แล้วพี่ปุ๋ย พรทิพย์ ที่เปนนางงามจักรวาลตอนนั้นเค้าไปเปนกรรมการด้วย เราได้ขึ้นเวทีเป็นเบอร์หนึ่งแล้วพี่ปุ๋ยก้อสัมพาษณ์ พี่ปุ๋ยชอบเรามากกกก ไม่รู้ทำไม จำไม่ได้แล้วว่าเค้าถามอะไร แต่เค้าถูกใจคำตอบเรามาก เลยให้เราได้ที่หนึ่งในรอบนั้นไปเลย แค่นั้นไม่พอ เพราะเป็นขวัญใจพี่ปุ๋ย เราเลยได้ลงหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งวันถัดมา ถ่ายรูปคู่กับพี่ปุ๋ย น้องเดียร์ขวัญใจพี่ปุ๋ย ฮามั๊ย แม่ยังตัดเก็บไว้ใส่กรอบให้ดูแล้วอายเล่นอีกแน่ะ คิดทีไรขำตัวเองทุกที แปลกนะ ตอนเล็กๆกล้าแสดงออกขนาดนั้น โตขึ้นมาตรงกันข้ามเลยอ่ะ
2. Hello Kitty
ชอบมาก ชอบอย่างจริงจังมาแต่เด็ก ตอนเล็กๆพอวันเกิดหรือสอบได้ที่ดีๆจะขอแต่คิตตี้เนี่ยแหละ มีมันทุกอย่างตั้งแต่สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไปจนถึงกระเป๋าเดินทาง เป็นเอามาก แล้วพอไปอยู่ญี่ปุ่น ได้ค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ นั่นคือ คิตตี้ท้องถิ่น ฮ่าๆ ชื่อมันก็แปลตรงตัวได้อย่างงั้นแหละ เป็นคิตตี้กับของดังของจังหวัดหรือเขตต่างๆของญี่ปุ่น น่ารักมาก เปนคิตตี้กะดังโงะ ลูกพีช หงส์ ฟุตบอล ไข่ปลา คิตตี้หัวสิงโตยังมี สารพัดมากมายก่ายกอง ไปที่จังหวัดไหนก็มี มันน่ารักน่าซื้อเก็บไว้สะสมเป็นที่สุด เลยเริ่มสะสมเรื่อยๆมา ไปที่ไหนก็ซื้อเก็บๆ ถึงไม่ได้ไปก็ฝากชาวบ้านซื้อ ตอนนี้ รวมสนนทั้งหมดแล้ว มีเป็นร้อยตัวได้ แต่ยังไม่ถึงเศษเสี้ยวของทั้งหมดที่มันมีขาย เยอะมาก เป็นความใฝ่ฝันว่าซักวันจะสะสมให้ครบทั้งประเทศญี่ปุ่น ฮ่าๆ เป็นฝันที่ไร้สาระจิงๆ
อ้อ ลืมบอกไป ไม่รู้ว่าเพราะชอบคิตตี้มากไปรึเปล่า มีแต่คนทักว่า เราหน้าเหมือนคิตตี้ เพราะ หัวโต ฮ่าๆ จะดีมั๊ยเนี่ย
3. Shopaholic Girl
อันนี้หลายคนคงทราบดีถึงความเป็นคนบ้าช้อปปิ้งของเรา หารู้ไม่ว่าเพราะความช้อปเป็นผีบ้าของเราเนี่ย เคยทำเราเกือบตายมาแล้ว ตอนปิดเทอมม.3 ไปซัมเมอร์ที่อังกฤษ เป็นครั้งแรกที่ไปเมืองนอกเองแบบไม่มีพ่อแม่ และก็เป็นครั้งแรกที่ได้มีเงินไว้ในครอบครองของตน จะใช้ยังไงก็ได้ไม่ต้องขอใคร อำนาจเข้าครอบงำ เอาเลยกรู ไม่เกรงใจ ต้องไปอยู่เกือบ 2 เดือน ไปถึงแค่ 2 อาทิตย์แรก เข้าลอนดอน เหนอะไรซื้อหมด ไม่คิดเลย รู้ตัวอีกที เงินในกระเป๋าเหลืออยู่ 20 ปอนด์ (ตอนนั้นก้อประมาณ 1,400 บาท) แล้วต้องอยู่ไปอีกเดือนกว่า กรี๊ดดดดดดด โทรหาแม่ แม่ก็แบบ อีลูกคนนี้ แต่จะปล่อยให้มันอดตายอยู่อังกฤษก็กะไร เลยส่งเงินมาอีก แล้วเรา แทนที่จะสำนึก ได้เงินมาปุ๊บ ใช้อีกแล้ว ไม่รู้เรื่องรู้ราว รู้ตัวอีกที เงินในกระเป๋าเหลือไม่ถึงสองปอนด์ แบบว่า ซื้อน้ำเปล่ากินซักขวดยังไม่ได้เลย ตอนนั้นแหละที่รู้สึกตัวว่า เลวมาก ใช้เงินไม่เห็นคุณค่า ไม่สำนึก ร้องไห้ๆๆ แล้วจะอยู่ยังไงอีกสองอาทิตย์ เพื่อนเลยให้ยืมมา 150 ปอนด์ ประทังชีวิตไป แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะเราซื้อของไปเยอะมาก น้ำหนักกระเป๋าก็เพิ่มมาอย่างน่ากลัว แทบปิดกระเป๋าไม่ลง พอไปถึงสนามบิน กระเป๋าน้ำหนักเกินมา แท่น แทน แท๊น 20 กิโล โฮกกกกกก เค้าไม่ให้เอาขึ้นเครื่อง ต้องจ่ายค่าปรับประมาณหมื่นบาทไทย บร้า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีไม่ถึงพันด้วยซ้ำ ทำไงล่ะกรู ไม่ได้กลับประเทศแน่ๆเลย พนักงานเห็นแล้วสงสารสมเพชเวทนา เลยให้เอาของจากกระเป๋าแบ่งใส่กล่องอีกสามใบ น้ำหนักจะได้ไม่เกิน แล้วเราก็ต้องรื้อกระเป๋าตรงนั้นเลย อายมาก คนก็มองกันทั้งสนามบิน เพื่อนๆที่ไปด้วยกันมันร้องไห้ กลัวเราไม่ได้กลับมาไทย สุดท้ายก็ต้องแบกลังอีกสามใบกลับมาด้วย มาถึงแม่ก็ต้องจ่ายหนี้ 150 ปอนด์ใช้ให้ลูกสาวตัวดี คิดว่าจะโดนพ่อด่าแต่ไม่เลย ไม่ได้ว่าอะไรเลยซักคำ (คงไม่มีคำพูด เพราะมันแย่มาก) ทำให้เรารู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก เป็นลูกเลวจิงๆ นั่นแหละ ก็เป็นประสบการณ์เกือบตายไม่ได้กลับบ้านที่อังกฤษ เพราะผีชอปปิ้งเข้าสิง ดีนะรอดมาได้
4. Earthquake!!
ไม่ใช่ไอติมที่สเวนเซ่นหรอกนะ แต่เป็นแผ่นดินไหวของจริงไม่อิงนิยายที่เราไปเจอมา ตอนไปอยู่ญี่ปุ่น เกิดแผ่นดินไหวที่แรงที่สุดในรอบร้อยปีของญี่ปุ่น ญี่ปุ่นมีตั้งสี่สิบกว่าจังหวัด แล้วมันเกิดขึ้นที่ไหนรู้มั๊ย ก็นีงาตะ จังหวัดที่เราไปอยู่ไง แจ๊กพอตแตก วันนั้นตอนเย็นๆไปงานโรงเรียนของโฮสน้องมา กะลังนอนๆอยู่ บ้านก็สั่นอย่างแรง ทีวงทีวีล้มกระจุย งง กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไฟดับหมดแล้ว คลานไปหลบอยู่กันที่ใต้โต๊ะกินข้าว โฮสพ่อก้อบอกว่า ทุกคนน่าจะวิ่งออกไปนอกบ้านดีกว่า เผื่อบ้านถล่ม ตอนนั้นน้ำตาไหลแบบไม่รู้ตัวเลย เกิดมาก็เพิ่งเคยรู้สึกว่า กลัว เป็นยังไงก็คราวนั้นแหละ สรุปว่าคืนนั้นแผ่นดินไหวติดต่อกันสี่ร้อยกว่าครั้ง ไหว 7 ลิกเตอร์ซึ่งแรงมากก เราต้องนอนในรถที่สั่นทั้งคืน ไม่มีข้าวกินจนถึงเช้า แล้วหลังจากนั้นต้องย้ายโฮส ย้ายโรงเรียน ย้ายเมือง เพราะแผ่นดินไหวมันไม่หยุดเลย ไหวเปนเดือนๆ ไปโรงเรียนไม่ได้ เป็นช่วงเวลาที่แสนเศร้ามากๆ มีคนตาย มีคนไร้ที่อยู่มากมาย เราเองก็เศร้ามากที่ต้องย้ายบ้านย้ายโรงเรียน ลำบากลำบน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ดี เพราะแผ่นดินไหวครั้งนั้นเลยมีอะไรดีๆเกิดขึ้นหลายอย่างมากๆ ได้โฮสใหม่ที่ดีไม่แพ้โฮสเก่า ได้อะไรเยอะกว่าที่คิด เรายังนึกขอบคุณแผ่นดินไหวครั้งนั้นอยู่ตลอดเลย ว่าทำให้เรียนรู้อะไรในชีวิตเยอะมากจริงๆ
5. Entrance
เป็นหนึ่งในความภูมิใจมากๆในชีวิตเราเลยล่ะ เราไปญี่ปุ่นตอนม.หก ซึ่งเปนเวลาสำคัญที่ควรจะเตรียมตัวเอนท์ แต่เราดันไปเที่ยวเล่นปีนึงเต็มๆซะนั่น หนังสือก็ไม่ได้เอาไปอ่านเลย กลับมาจากญี่ปุ่น ต้นเดือนกุมภา แล้วต้นเดือนมีนาต้องเอนท์ กรรม เพิ่งรู้ตัวว่าตายแน่กรู ทำไง ไหนจะต้องวิ่งเรื่องจบที่โรงเรียนอีก วุ่นวายลากเลือดมาก สติแตก เกดเอาหนังสือเป็นสิบๆเล่มมาให้อ่าน ย้ำๆๆว่าแกต้องทำได้สิ เราก็เอาแต่คิดว่า ไม่ได้หรอก ไม่ได้ชัวร์ เอนท์แค่ครั้งเดียว คะแนนก็ไม่มีให้เลือกเหมือนคนอื่น มันจะไปติดได้ยังไงฟระ ไปเรียนดาวองซ์คอร์สเทอร์โบได้สิบกว่าวัน แล้วก็ถึงวันเอนท์ รู้สึกอยากตายมาก ไม่เคยรู้สึกแย่ขนาดนั้นมาก่อน ตอนคะแนนเอนท์จะออกไม่อยากรู้เลย เครียดมาก เมลล์คุยกะโฮสว่า คงไม่รอดชัวร์ๆ ได้กลับไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นแน่ๆเพราะเอนท์ไม่ติด แต่ คะแนนออกมา เฮ้ยยยยยย ไม่อยากจะเชื่อ ไม่แย่อย่างที่คิดเลย (คิดไว้ว่าไม่ถึง 250 --") แต่ปีนั้นข่าวเยอะมากๆว่า คะแนนเฟ้อ ได้เยอะแค่ไหนก็อย่ามั่นใจนักเลย กรูก็สติแตกอีก เลือกอันดับไปแบบหวั่นใจ ออกมา ติดอักษร ติดเอกญี่ปุ่นด้วย ซึ่งแบบ เลือกไปนี่ไม่ได้รู้เลยว่าเค้ารับแค่ 30 คน แล้วเราก็ดันหลุดเข้ามาเป็น1 ใน 30 คนนั้น ได้ยังไง ได้ยังไง 30 คนจากทั่วประเทศ เราเป็นหนึ่งในนั้นเราะ ไม่อยากเชื่อเลย คิดว่าเราคงใช้โชคทั้งชีวิตไปกับการเอนท์ครั้งนั้นแล้วล่ะ มันจะฟลุ๊คเวอร์ไปรึเปล่า ถึงตอนนี้เราคิดทีไรก็ยังอดประหลาดใจในความโชคดีของตัวเองไม่ได้ ภูมิใจสุดๆเลยที่ในที่สุด ธันญา ก็เอนท์ติดได้แบบไม่อายใคร คิดว่าจะเป็นผีไร้หลุมที่เรียนซะแล้วววว
เอาล่ะ เวิ่นเว้อมามากมายกับการโดนแทกครั้งนี้ ก้อประมาณเนี้ยแหละ เรื่องราวของเรา แล้วใครจาเปนผู้โชคดีคนต่อไปดีล่ะ หึๆๆ
นังเกด สาวซีส์ ออม สาวเกียง และ สาววี ก็แล้วกันนะจ๊ะ ขอให้โชคดีกะการโดนแทก ฮ่าๆๆ แล้วจะคอยอ่านนะจุ๊ May 13 Bitter Sweet*พักนี้นอนไม่ค่อยหลับเลย
คงเพราะปิดเทอม
นอนดึกขึ้นทุกวันๆ จนร่างกายมันปรับนาฬิกาเอง
จะง่วงหลังตีสามขึ้นไปทุกคืนเลย
แย่จัง
หลายคืนก่อน
นอนไม่หลับ
กลิ้งไปกลิ้งมาก็แล้ว
ฟังเพลงกล่อมตัวเอง
ก็ไม่หลับ
เลยลุกขึ้นมา
หยิบชอคโกแลตที่ย่าพี่โจให้มา
เป็นชอคโกแลตญี่ปุ่น
ที่เขียนเอาไว้ว่า
ชอคโกแลตแบบขม
ตอนเล็กๆ พอพ่อแม่ไปเมืองนอก
จะชอบให้ซื้อชอคโกแลตมาฝาก
แบบที่ในกล่องมีช่องเล็กๆเยอะๆ
มีชอคโกแลตรูปต่างๆกัน รสต่างๆกัน
คงพอจะนึกออกกันใช่ป้ะ
จะพยายามลองกินให้หมดทุกแบบ
แล้วมันก็จะมีซักแบบที่ขมมาก
กินเข้าไปแล้วก็ต้องคายออกมาเพราะความขม
ถามแม่ว่า
"ทำไมชอคโกแลตอันนี้ขมล่ะ ไม่เห็นอร่อยเลย ใครจะอยากกิน"
แม่ก็บอกว่า
"ในความหวานมันก็ต้องมีขมอยู่บ้างแหละ โตขึ้นเดี๋ยวหนูก็จะกินได้เอง"
ระหว่างนึกถึงเรื่องตอนเด็ก
ก็กินชอคโกแลตในกล่องไปพลางๆ
คำแรกที่กัดเข้าไป เตรียมใจไว้ว่าคงต้องคายออกมาแหงๆ
แวบแรก มันก็ขม
พอละลายในปากไปซักพัก
ความหวานมันก็ตามมา
เออ แปลกแฮะ
กินได้นี่นา
อร่อยนิดๆด้วย
อร่อยแบบ ขมๆ แปลกๆ
หลังจากนั้น
ก็กินอีกชิ้น
กินชิ้นแล้วชิ้นเล่า
สัมผัสความขม รอจนมันละลายเปนความหวาน
จนหมดกล่องเลย
แปลกดีนะ
เรากลายเป็นคนกินชอกโกแลตขมได้ตั้งแต่เมื่อไหร่
ไม่รู้ตัวเลย
แต่พอมาคิดดูแล้ว
ชอคโกแลตน่ะ
ที่จริงแล้ว มันขมนี่นา
ที่มันหวาน เพราะเราเติมนม เติมน้ำตาลลงไปต่างหาก
ถ้าตอนนี้
ความรักของเรามันขมอยู่ละก็
เราต้องทนมันได้สิ
ก็
กินชอคโกแลตขมกล่องนั้นหมดคนเดียวเลยนี่นา
แต่ว่า
มันจะละลายเปลี่ยนเป็นรสหวาน เหมือนชอคโกแลต
รึเปล่านะ
พอคิดเรื่องนี้
ก็ยิ่งนอนไม่หลับใหญ่เลย
หรือเพราะคาเฟอินในชอคโกแลตทำพิษกันแน่
ไม่น่าไปเอามากินเล้ย
ปล. โดนแท๊กมาพักนึงได้แล้ว แต่เพิ่งรู้ตัวเอง ฮ่าๆ ขอแปะไว้ก่อน เด๋วมาเขียนนะจ๊ะ
May 10 Miss Potterเมื่อวานเป็นวันสอบวันสุดท้ายของซัมเมอร์
เฮ้อ หมดเวรหมดกรรมซะที
สอบเสร็จก็ไม่รู้จาทำอะไร
เลยว่าจะเอาตั๋วฟรีพาราก้อนที่ได้มาไปใช้ซะเลย
จะได้ดู Miss Potter ซะที
ไปดูรอบ ง่ะ เกือบทุ่ม
รอก้อได้ฟระ
ระหว่างรอก็เดินเล่นเซ็นทรัลเวิร์ด
แล้วที่ทางออกก็เจอร้าน Living Doll
เพิ่งรู้ว่ามีสาขาที่นี่ด้วย
พุ่งเข้าไปทันทีด้วยแรงดึงดูดของป้ายเซลล์หน้าร้าน
รองเท้าเซลล์เยอะมาก
กะลังอยากได้รองเท้า
ถูกมากเลย
แต่เราก็จนอยู่ดี
เลยซื้อมาแค่คู่เดียว
เด๋วค่อยกลับไปใหม่ เหนบอกว่าเซลล์เรื่อยๆจนกว่าของจะหมด
ซื้อเสร็จ โทรบอกแม่ว่าซื้อรองเท้า
แม่บอกว่า
อ่าว นี่อยู่ร้านเพื่อน เพิ่งซื้อรองเท้าให้เราคู่นึงพอดี
โอ้ว โทรจิตหรืออย่างไร แม่ลูกคู่นี้
เป็นวันซื้อรองเท้าแห่งชาติจิงๆ
แล้วนังอาร์ตก้อโทรมาเห่าโฮ่งๆโวยวาย กะเกด
ให้เข้าม.ด่วนๆ บอกว่าไม่มีใคมาเลย
ไอเราก้อ โคดขี้เกียดจะเข้าไป
ว่าจะเดินไปเซนทรัลชิดลมต่อ
โอ๊ยย ต้องกลับเข้าม. ขี้เกียดดด
เข้าไปถึงคนก้อมากมายก่ายกอง
ไหนบอกไม่มีใคมาไงฟระ
วันนี่มีสันรวม
ดูบ้านอื่นเต้นกัน มันส์ดี
ออกมาจากม.ไปกินข้าวกะมะปราง
แล้ววิ่งแจ้นไปดูหนังเกือบไม่ทัน
เพิ่งเคยดูโรงวีไอพี หลังจากที่เคยดูนานมากกกแล้ว ตอนม.ต้น
แต่นั่นมันแค่เมเจอร์
นี่วีไอพี พาราก้อน
หรูเวอร์ๆ
เรา กะ เกด ก็เสร่อกันได้อีก
หาทางเข้าโรงไม่เจอ
เข้าไปถึง โอ้ววววว
เก้าอีกมันใหญ่มาก เป็นคู่ๆ
ปรับเล่นได้ เอนได้เปนเก้าอี้นอน
มีหมอน ผ้าห่ม พร้อม
มีโต๊ะวางของกินข้างหน้าด้วย
แถมเรานั่งแถวบนสุด มีม่านปิดให้เป็นส่วนตัวอีก
มันจะหรูเกินไปมั๊ย
เฮ้อ พวกคนรวย มาดูหนังทีต้องให้ได้แบบนี้สิน้า
บัตรฟรี ของขวัญวันเกิดสำหรับคนขับ จากัวร์ ที่เราได้มาเนี่ย
เป็นบุญจิงจิ๊ง
โรงเบ้อเร่อเลย
มีที่นั่งแค่สิบกว่าที่
โหวง เหวง
ทั้งโรงมีแต่ฝรั่ง
พนักงานเข้ามาถามว่าจะรับเครื่องดื่มอะไร
กรูกะเกด ก้อ อึ้งแด๊กซ์
มันฟรีป้ะเนี่ย น้ำ
ไม่ใช่สั่งไป ดูเสร็จ มาเก็บตังค์แก้วละเกือบร้อย ไรงี้
สั่งน้ำพันซ์ไป
เอาวะ ถ้าเค้ามาเก็บตังค์จิง ก็เปนค่าเสร่อขอพวกกรูก็แล้วกัน
สรุป
มันฟรีฮ่ะ
เสีงตังค์ค่าตั๋วแพงหูฉี่
เสริฟเครื่องดื่มฟรี แก้วนึง
หนังน่ารักดี
ถึงจะเรื่อยเกินไป ไม่มีจุดหักเหหรืออะไรเลย
ดูไปเรื่อยๆ เอื่อยๆ
แต่ชอบวิวในเรื่องมาก
เคยคิดตอนเด็กๆ
ว่าอยากมีบ้านหลังเล็กๆอยู่ในทุ่งหญ้าใหญ่ๆ
มีฟาร์ม มีภูเขาล้อม
แล้วบ้านนางเอกในเรื่อง ก็เปนอย่างงั้น
ที่สวยๆแบบนี้
ใครได้อยู่ คงวาดรูปได้สวยทั้งนั้นแหละน้า
ก้อบรรยากาศมันดีขนาดนั้น
คงไม่อยากทำอะไรอีกเลย ต่อจากนี้
นอกจาก นั่งจิบชารับลมเย็นๆในทุ่งหญ้า
แล้ววาดรูป
เป็นชีวิตที่มีความสุขดีจิง
กว่าหนังจะเลิก เกือบสามทุ่ม
กะลังจะถึงบ้านละ
ฝนเทลงมาแบบ รั่วเลย
หนักมาก
พี่ชายต้องออกมารับ
เกลียดจัง ฝนเนี่ย
ตกได้ตกดี ไม่เลิก
เสียงดัง หนวกหู
เกลียดฝนมาก มาก มาก
จบหนึ่งวันด้วยความเปียกปอน และเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่า
วันนี้ยายมาค้าง
เพราะจะไปงานรับปริญญาของแม่ศุกร์นี้
ดีใจจัง
ที่ได้กลับบ้าน มาซุกตัวนอนข้างๆยาย
พี่เลี้ยงเพิ่งเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็นลายอื่นพอดี
แย่จัง
คิดว่าจะกลับมานอนกับ ปีเตอร์ แรบบิท ซะหน่อย
เผื่อมันจะขยับได้ ออกมาวิ่งเล่น เหมือนในหนัง
ฮ่าๆ เพ้อเจ้อ May 05 หมกมุ่นพักนี้มันชักจะกำเริบใหญ่แล้วนะ ความหมกมุ่นของนางสาวธันญา
คงเพราะคิดมากเกินไป รึเปล่า ไม่เกี่ยวหรอก (เอ๊ะ ยังไง)
หมกมุ่นกับการช้อปปิ้งมาก ถึง มากที่สุด ของที่สุด ของที่สุด
หมกมุ่น หมกมุ่น วันๆก็หมกมุ่น หมกมุ่น
เป็นคนบ้าไปแล้ว
แล้วบรรดาห้าง ก็เซลล์กันเข้าไปสิ ทรมานจิตใจ
เซนทรัลเซลล์ก็ไปเดิน หมดเซนทรัลก็ต่อพาราก้อน
ให้มันได้อย่างงี้สิ
เซนทรัลชิดลมนี่ไปเดินมาสามรอบได้ จนขึ้นทุกครั้งที่ไป แต่วันสุดท้ายที่เซลล์ ต้องอ่านหนังสืออยู่บ้าน มีสอบ ฝนตก ออกไปไม่ได้
ตื่นมานี่ไม่เป็นอันทำอะไร คิดๆๆๆๆๆ ถึงของที่ยังไม่ได้ซื้อ
เราเป็นคนที่ความจำสั้นมาก แย่สุดๆเข้าข่ายอัลไซเมอร์ ขี้ลืมที่สุดในโลกา
แต่ถ้าของชิ้นไหนผ่านสายตาไปแล้ว อย่าหวังว่าจะลืมเลย ไม่มีวัน จำได้ทุกอัน
วันนั้นตื่นมา เครียดมากถึงมากที่สุด ออกจากบ้านไม่ได้ แต่อยากช้อป
ความทุกข์อันยิ่งใหญ่ โอ้ววววววววววววววววววว ไม่ไหว อยากจะดิ้นแด่วๆเป็นท่าบะดะโฟ้ว
แต่แล้วพระเจ้าทรงก็เมตตา (หรือรำคาญ อยากให้เราเสียๆตังค์ไปซะ จะได้หายบ้า?)
พี่โจจะไปเซนทรัลชิดลมกะครอบครัวพอดี
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด
สั่งซื้อโน่นนี่นั่น
ยังกะเทเลโฟน ช้อปปิ้ง โทรสั่งตรงตามสาย
ตัวอยู่บ้านยังหาเรื่องเสียตังค์
จนกรอบบบบบบ เป็นข้าวเกรียบเกรียมๆ
สัญญากะตัวเองว่า จะไม่ซื้ออะไรแล้ว เดือนนี้ ไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวจิงๆ
แต่วันนี้เอาเสื้อแอนนาไปซ่อมที่พาราก้อน (ซึ่งก็ซ่อมไม่ได้ เสียจายยยยยยยยยยยยยยยมาก)
มันยังไม่เลิกเซลล์ ยังไม่หมดเวรหมดกรรม
เดินผ่านนาฬิกา
อยากได้ มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่ารัก โคด โคดดดดดดดดด
กะลังอยากได้นาฬิกาสีทองๆหน่อย
ความอยากได้พุ่งปรี๊ดทะลุจุดเดือด
แต่
ไม่มีตังค์ ย้ำ ไม่มีตังค์ ย้ำ ไม่มีตังค์ ย้ำๆๆ ไม่มีตังค์
เซนทรัลเอาตังค์เราไปหมดตัวและหัวใจแล้ว
เซงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
อยากได้มาก ทำยังไงก็อยากได้ ไม่ว่ายังไงก็จะเอาให้ได้
แล้วที่แย่กว่านั้น
ติดโรคเครียดเรื่องการช้อปปิ้งเกินเหตุ ย้ำ เกินเหตุ มาจากมะปราง
กลัวของที่อยากได้จะหายไป กลัวใครมาซื้อไป
เหมือนตุ้มหูง่อยที่ต้องให้พนักงานไปหามาตามมาจากสาขาอื่นก็ยอม กลัวจะไม่ได้ซื้อ
นาฬิกาอันนี้ กว่าจะฟื้นฟูสภาพกระเป๋าตังค์ไปซื้ออีกทีคงเดือนหน้า
แล้วมันจะหายไปมั๊ย
มันน่ารักจะตาย แถมเซลล์อยู่ ใครจะมาซื้อมันไปมั๊ย
ตอนนี้นั่งค้นจากเวบมัน ไม่เห็นมีรุ่นนั้นเลย นึกว่าถ้ามีขายออนไลน์ จะให้เพื่อนที่เมกาซื้อไว้ก่อน
แง๊ แง๊ หามาเป็นชั่วโมงแล้ว ยังไม่เจอรุ่นนั้นเลย (ไม่รู้ชื่อรุ่นอีก ง่อยมั๊ย)
โอ๊ยยยยยย เครียดดดดดดดดด
มะปรางงงงงงงง เฮลป์ มี เอาโรคเครียดแบบนี้มาติดกรู๊ส์ทำม๊ายยยยยยยยย
ใครมาอ่านแล้วก็อย่าสนใจเลย เราแค่เครียดมาก อยากจะบ่นในความหมกมุ่นของตัวเอง
อ้อ แต่ถ้าสนใจ และ เวทนา
ใครก็ได้
ปล่อยเงินกู้ที แบบไม่คิดดอกเบี้ย และไม่ต้องคืนให้เราที นะ พลีสสสสส (เอ๊ะ ไม่ต้องคืน?)
เครียด สุด ชี วิต
แต่ที่เครียดกว่านั้น
ทำไมกรู๊ส์เปนคนหมกมุ่นเยี่ยงนี้ เครียดดดดดดด
UP DATE!
เมื่อวาน ในที่สุด ก็ได้นาฬิกามาอยู่ในครอบครอง อย่างน้อยก็เป็นของเราแล้ว
มะปราง ผู้สมรู้ร่วมคิดได้เดินทางไปจองให้อะฮั้นที่พาราก้อน
มันไม่ไปไหนแล้ว ในที่สุด
เสียใจด้วยนะจ๊ะคนอื่นที่เล็งมันไว้ (ไปเยาะเย้ยเค้าอีก นิสัยดีมาก)
มีความสุขละ แฮปปี้ ดีกรีความบ้าลดลง จนหายไปหมดชั่วข้ามคืน
เอาล่ะ จะได้อ่านหนังสือซะที จะสอบละเนี่ยมะรืน
เลิฟ ยู ปลาทูแมว นะจ๊ะ มะปราง May 03 後悔ทำไมนะ
เราถึงเป็นพวก ชอบมาเสียใจกับการกระทำตัวเองทีหลัง
มันจะเหมือนกับ กางเกงตัวนั้นรึเปล่านะ
ที่ยืนรอรถป๊อปอยู่ดีๆไม่ว่าดี เดินเข้าไปลองแล้วซื้อมาเฉยเลย
พอกลับมาบ้าน
เอามาใส่แล้ว ไม่เห็นสวยเลย
ซื้อมาได้ยังไง
สุดท้ายก็ต้องเอาไปเปลี่ยนเปนอย่างอื่น
แถมขาดทุนอีก
กางเกงที่ซื้อมาแพงแสนแพง
สุดท้ายก็ไม่อยากได้
เฮ้อ
พอตัดสินใจทำอะไรลงไปแล้วมาเสียใจทีหลังเนี่ย
บางอย่างมันก็แก้ไขได้ทันอยู่
แต่บางอย่าง มันก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
ผ่านไปแล้ว ผ่านไปเลย
แล้ว
ครั้งนี้ เราจะเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองรึเปล่านะ
ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนเลือกเองว่าจะให้มันเป็นอย่างงี้
ทำไมมันไม่สบายใจ
ทำไมมันถึงเศร้าล่ะ
จะทำยังไงดี
จะเสียใจรึเปล่านะ
ทำแบบนี้จะมีอะไรดีขึ้นรึเปล่านะ
ไม่สบายใจ
คิดมาก
จนอยากจะบ้าตาย
ฟังเพลงสนุกสนานให้มันร่าเริง
กินกับกินกับกิน
สติแตกช้อปปิ้งเป็นคนบ้า
อยากได้อะไรก็ซื้อมาหมดแล้ว
ก็ยังไม่เห็นดีขึ้นเลย
ทำไมนะ
เราถึงต้องเป็นคนจบมันแบบนี้ทุกที
ถ้าจะเสียใจภายหลัง
ก็โทษใครไม่ได้แล้วล่ะ
นอกจาก ตัวเอง
|
|
|