☆Dear☆ディア☆'s profile☆DeaR☆ディア☆PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    March 23

    ค่ายใหญ่ ที่เชียงใหม่

    อะแฮ่ม อะแฮ่ม ได้ฤกษ์งามยามดี หลังจากที่พักเหนื่อยไปวันนึงละ จะมาอัพเรื่องค่ายใหญ่ทีเพิ่งไปมา ก่อนที่สมองง่อยๆมันจะลบเลือนรายละเอียดความสนุกสนานในค่ายไปซะก่อน ฮ่าๆ
     
    ก้อ ค่ายนี้ไปที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โรงเรียน บ้านโป่งถืบ ซึ่งอยู่บนเขาที่แบบว่า กว่าจะขึ้นไปถึงยังกะเล่นรถไฟเหาะตีลังกา คดเคี้ยวเลี้ยวไปมาได้อีก ทำเอาน้องจ๋าถึงกับมึนเรยทีเดียวนะฮะ โรงเรียนก้อดีนะ แบบ ห้องนอนก้อนอนบนอาคารใหม่ แถมห้องน้ำก็สะอาดมาก แบบว่าโดยเฉพาะห้องน้ำครูอ่ะ เลยรู้สึกโล่งใจว่าคงอยู่ได้อย่างสบายใจ ค่ายนี้ดีอีกอย่างคือ ยุงไม่เยอะ แมลงก้อไม่ค่อยมี ไม่เหมือนค่ายที่ตากอ่ะแบบว่ามันมาเกาะรอบมุ้งรอเข้ามาเลยทีเดียว เรยไม่โดนยุงกัดเละเหมือนค่ายที่แล้ว แต่แอบเซงนิดส์นึง พอไปถึงวันแรกหน้าเห่อ ทั้งผื่นทั้งสิวขึ้นทั้งหน้าเลย งงมาก ไม่รู้ว่าแพ้"หมอกจางๆหรือควัน" หรือว่า แพ้น้ำกันแน่ ยิ่งอยู่ไปยิ่งหนัก กลุ้มใจมากมาย หน้ากรูง่อยอยู่แล้วง่อยลงกว่าเดิมอีก กลับมาแม่ต้องหามไปหาหมออย่างเร่งด่วนเรยทีเดียว
     
    ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าค่ายนี้ชิ๊ลชิล เพราะน้องๆที่นี่น่ารัก ไม่ค่อยดื้อไม่ค่อยซน เลยไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่มีชอบแอบนินทาพี่ๆเปนพาสามูเซออ่ะ โอ้ว เล่นเอาปวดหัว เพราะฟังไม่ออก ถามน้องว่าพูดอะไรน้องก้อไม่ยอมบอก ฮ่าๆ แต่ก้อขำๆดี แล้วน้องก้อชอบวง แคลช มากกก แบบว่าทุกคนเรียกกันว่า วง แมว เพราะ "แคท" แปลว่าแมว เหอๆ เพี้ยนกันเข้าไป มีกลุ่มน้องผู้ชายที่เอาแผ่นคาราโอเกะแคลชมาเปิดตอนเราเป็นสวัสดิ์อ่ะ แบบว่า นั่งปั้นบัวลอยไป ก้อฟังน้องโหยหวนเพลงแคลชไป แถมเพลงเดิมๆร้องเปนรอบที่ล้านได้ โอยยยย ช่วยด้วยเห๊อะ ฮ่าๆๆๆ
     
    ค่ายนี้เราก้อได้เปนสวัสดิ์สองรอบนะฮ้า ไปถึงเช้าวันแรกก้อได้เปนเรย อยากบอกว่า หนาวมากกกกกกกกก หนาวสุดๆ เล่นเอานอนตาค้างไม่หลับทั้งคืนเพราะความหนาว แถมเอาเสื้อหนาวไปบางมาก ไม่ได้ช่วยเล้ย ตีสี่กว่าๆโดนปลุกไปทำกับข้าว ยืนปากสั่นกันกะน้องส้ม ฮามากมาย อากาศที่นั่นมันแปลกๆอ่ะ กลางคืนหนาวมากๆ กลางวันก้อโคดร้อน โอ้ว ร่างกายเลยงง ปรับตัวไม่ทัน นอนไม่ค่อยหลับด้วย วันแรกๆก้อมีโครง ก้อชิลๆแถๆไป เราต้องทำโครงฉีกกระดาษแปะกับแยกขยะ แถได้อีก แถไปเรื่อย เพิ่งรู้ว่าการแถมันเหนื๊อยเหนื่อยขนาดนี้ ขอคารวะพวกพี่ๆที่แถกันได้เก่งมากจิงๆ เด๋วต้องไปฝึกวรยุทธิ์มาใหม่นะฮ้า แต่โครงที่ฮาสุดคือ โครงกรดกะเบส มีสาวอักษรสามคน คือ เรา พี่ตาล บี ถูกจับไปอยู่โครงนี้ ทรึงงงงงงง แถไม่ออก เพราะไม่รู้เรื่อง แง๊ว ง่อยกินไปตามๆกันเลยนะฮะ
     
    วันหลังๆก้อมีวอล์กแรลลี่กะกีฬาสี ก้อหนุกดีขำๆ ถึงน้องๆจะแอบจริงจังกันไปหน่อยก้อเหอะนะ แล้วก้อ group process เราก้อดูคนอื่นโดนขายกันไป เช่น สุยได้เปนพจมาน แอ๊ดเปนชายน้อย จุ้ยเปนนางฟ้า ฮ่าๆ ฮากันได้อีก เราก้อไม่มีไรมากเล่นเป็นคนใช้ของส้มโอ หรือ หญิงเล็ก ชื่อ เดียร์ศรี โดนฆ่าตายแต่ต้นเรื่องเรย ฮ่าๆ แล้วก้อรอบกองไฟขำมากๆ น้องส้มโอตีบทแตกสุดๆ ได้โล่ไปเลยนะคราวนี้เนี่ย
     
    แล้วอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ คิลเลอร์ คราวนี้เข้มข้นกันมาก เพราะเรา เกด บี ดันมีตำแหน่งกันหมดเรย เราเป็นตำรวจ เกดเปนเดวิล บีเปนแองเจิล ฮ่าๆ แล้วดันมาอยู่ด้วยกัน ฮ่ำหั่นกันสุดฤทธิ์ เราก้อเปนตำรวจที่นูบมาก คิลเลอร์รู้ตัวเลยไม่เข้ามาใกล้ เกมมันไม่เดินแล้วเลยต้องเฉลย ฮ่าๆ จบเกมไปแบบ งงๆ แล้วก้อมาเล่นคิลเลอร์คำต่อ ปกติเกมนี้เล่นทีไรก้อถูกฆ่าตายอย่างอนาถ ไม่เคยฆ่าใครได้เลย คราวนี้เราได้คำว่า เต้าหู้ทรงเครื่อง ฮ่าๆ ลองดูเล่นๆดันฆ่าได้จิงๆแฮะ แล้วโชคดีไปฆ่าพี่ธีร์ที่ฆ่าคนอื่นมาหลายคนแล้ว เลยได้ใบมาเลยอ่ะ จากนั้นก้อดำเนินการฆ่าอย่างสนุกสนาน ฆ่าวันละหลายคนเลย สะใจม๊ากมาก เกิดมาได้ฆ่าใครก้อคราวนี้ล่ะ ฮ่าๆ โรคจิตป้ะเนี่ย เหอๆๆ
     
    สรุปว่า ค่ายนี้ สนุกมากกกก ประทับใจ เป็นค่ายแรกที่เราอยู่เต็ม ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ คนที่เคยรู้จักแล้วก้อหนิดหนมกันมากขึ้น โดยเฉพาะน้องปีหนึ่ง กะ แก๊งค์พี่อักษร (เมาท์กันถึงตีสี่เรยทีเดียว ฮ่าๆๆ) ถึงวันหลังๆเราจะเหนื่อย จน เนือย ไปเรยเพราะเจ็บแผลร้อนในที่ปาก เจ็บจนกินอะไรทีน้ำตาแทบเล็ด นอนไม่ค่อยหลับด้วย แต่ก้อไม่เปนไร เราก้อยังหนุกหนานอยู่ดีนะฮ้า ไปค่ายนี้มีทั้งสมาคมลับของเรากะเกดกะส้ม (อยากรู้ล่ะซี แต่ไม่บอกหรอก อายยย) แล้วก้อแก๊งค์ แองจี้ๆ ที่ทุกคนรำคาญกัน ฮ่าๆ อยากบอกว่า ก่อนไปไม่เคยรู้จักแองจี้อะไรเนี่ยเลย ไม่เคยดู มาค่ายนี้ทั้งร้องทั้งเต้นได้เชียว และอีกอย่างคือ เตร่ง เตรง เตรง เตร๊ง ฮ่าๆๆๆ โคดฮาเรย เปนอะไรที่ใครเล่นมุกแป้กก้อจะโดน เตรงๆ กันไปตามระเบียบ น้องส้มโอ โดนบ่อยสุดเลยนะ ฮ่าๆ ขำมากมาย
     
    อ้อ แล้วขากลับได้ไปเล่นน้ำตกด้วย ขอบอกว่า เปนครั้งแรกในชีวิตที่ได้เล่นน้ำตกนะเนี่ย (ลาวมากเรย เตรงๆๆๆ) สนุกมากกก เล่นเปนคนแคระเกาะหลังกันเปนรถไฟด้วย หนุกจิงๆ อยากไปเล่นน้ำตกอีกจังงงง
     
    อัพมายาวม๊ากมาก ก้อขอจบเรื่องค่ายใหญ่ไว้ด้วยประการละฉะนี้ ชะเอิงเงิงเงย ปีหน้าพวกเราต้องไปทำค่ายกันเองแล้ว ก้อจะสู้ๆๆตายนะฮ้า
     
    ป.ล. ลืมบอกไปว่า ค่ายนี้ก้อเปน "อุ๊นเหม่" หรือ คู่แท้ เดสทินี่ กะน้องเจ็ท อีกละ ตั้งแต่ค่ายเล็ก ค่ายกลาง จนค่ายใหญ่ เปนบัดดี้ เปนพาร์ทเนอร์กัน ตลอดดด อยู่กลุ่มคุยพัฒน์โยนปิงปอง ทำโครงก้อ ด้วยกันตลอดดดด ถ้าค่ายหน้าได้คู่กันอีก จะไปดูดวงด้วยกันแล้วว่ะ ว่าเปนอะไรกันมากรึเปล่า เผื่อเปนคู่แท้ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
     
     
    March 21

    ただいま!

    กลับมาแล้วจ้า พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย
     
    ไปค่ายใหญ่ของชมรม สลัม ที่อ.ฝาง จ.เชียงใหม่มา
     
    สิบวัน วัน วัน วัน (เอคโค่)
     
    ในที่สุดก้อได้กลับบ้านซะที
     
    ดีจายมากกกกก
     
    ก้อ หนุกหนานดีนะ ถึงจะเหนื่อยไปหน่อย
     
    แอบโทรมสุดฤทธิ์ ผอมลงอีกแล้ว แง๊ว ดำขึ้นด้วย ง่อยมาก
     
    มีเรื่องเล่าในค่ายมากมายก่ายกอง เด๋ววันหลังค่อยอัพ เยอะมาก
     
    (ได้ข่าวว่า ค่ายเล็ก กะ ค่ายกลาง ก้อบอกว่า เด๋วค่อยอัพ แล้วก้อไม่เคยอัพเลย เหอๆๆ)
     
    มีข้อความถึงคนหลายๆคนที่นี่ ระหว่างที่เรามะอยู่
     
    น้องๆเอเอฟเอส ญี่ปุ่น>> พี่เดียร์ขอโทดน้า ขอโทดจิงๆ อุดส่าจะได้ไปส่ง เพราะแคนเซิลไม่ไปปักกิ่งแล้ว ยังมาติดค่ายอีก กลับมาช้าไปวันเดียว น้องๆไปกันแล้ว ฮือๆ พี่เวิ่นอ่ะ ลืมไปว่าไปค่ายตั้งหลายวัน กลับมาส่งไม่ทัน แล้วน้องๆที่โทไปหาน่ะ โทดทีที่ไม่ได้รับ เพราะบนนั้นมันไม่มีสัญญาณมือถือเรยอ่ะ พอลงมาในเมืองโทหาน้องๆก้อไปกันแล้ว เสียจายมาก โดยเฉพาะน้องโก้ ขอโทดจิงๆน้า กิ๊วๆ อย่าโกดกันนะ อุดส่าสัญญาว่าจะไปส่ง โอ๋ๆ เด๋วออนเอมมาคุยกันน้า ขอให้โชคดีได้โฮส ได้เพื่อนดีๆกันทุกคนน้าจ๊า
     
    หงส์>> โอ้ว หงส์น้อย คิดถึงมากๆเลย ขอโทดนะไม่ได้โทรหาเลย กลับมาแล้วจ้า เด๋วเราไปเที่ยวกันสองคนน้า สัญญาๆ
     
    ซีน้อย>> ขอบใจแกรมากนะเว้ยที่ดูเกรดให้ช้าน ผู้หลงวันลืมเวลาอยู่บนเขาบนดอย เด๋วเรามาเปนแก๊งค์กางเกง "อูฐหวาน" กันกะน้องปอร์อีกคนนะ ฮ่าๆ
     
    เพ่ย โบ เจน กิฟท์ >> อยู่เมืองนอกก้ออย่าลืมคิดถึงกันบ้างเด้อเพื่อนฝูง คิดถึงพวกแกมากๆเรยนะเว้ยยยยย
     
    พี่โจ>> เพิ่งเคยห่างกันนานขนาดนี้ครั้งแรก แหมๆ ไม่ต้องคิดถึงกันขนาดน้านก้อได้นะ ฮ่าๆ เดียร์ดีใจนะ ขอบคุณมากทุกข้อความ แม้บางอันจะขาดๆหายไปเพราะสัญญาณไม่มี และ เมซเสจเต็ม แล้วก้อ ขอบคุณนะเพลงที่ส่งมาให้ ตั้งแต่คบกันมา เปนของขวัญที่ซึ้งที่สุดเรยนะ เด็กโจ
     
    ก้อ ประมาณเนี้ยแหละ เด๋วไว้มาอัพอีกทีถ้าว่างนะ ขอนอนก่อนเหอะ ฟื้นฟูสภาพโทรมๆนิสนึง
     
     
    วันนี้อัพตัวใหญ่มาก เพราะดีใจที่ได้ กลับมาแล้ว เย้
     
    ทาไดมะ ดัดจ๊ะ
    March 09

    สิ่งที่ฉันทำได้

    จะมีมั๊ยนะ สิ่งที่ฉันทำเพื่อเธอได้บ้าง
     
    จะมีมั๊ยนะ สิ่งที่ฉันทำ แล้วไม่ทำให้เธอเสียใจ
     
    คนอย่างฉัน
     
    คนที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปลอบโยน แบ่งเบาความทุกข์ของเธอ
     
    คนที่ทำได้เพียงเท่านี้
     
    เพียงเท่านี้แท้ๆ
     
    แต่เธอกลับไม่อยากรับความห่วงใยจากฉัน
     
    เพียงเพราะ
     
    เราสองคน ไม่เหมือนเดิมแล้ว
     
    เพียงเพราะ
     
    ฉันไม่ใช่ฉันคนเก่าในวันนั้น ที่เคยยืนเคียงข้างเธอ
     
    เพียงเพราะ
     
    คนที่ยืนเคียงข้างฉันในวันนี้ ไม่ใช่เธอ
     
    ใช่มั๊ย
     
    ที่ทำให้ฉันไม่มีที่จะยืนอยู่บนโลกของเธออีกต่อไป
     
    ไม่รู้ว่า
     
    จะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน
     
    กี่วัน กี่เดือน กี่ปี
     
    กว่าที่เธอจะยอมให้ฉันห่วงใยเธอ
     
    กว่าที่เธอจะยอมให้ฉันปลอบเธอยามเธอเสียใจ
     
    กว่าที่เธอจะยอมพูดคุยกับฉัน ในฐานะเพื่อนคนนึง
     
    ช่องว่างที่เปิดไว้
     
    กับเวลาสองปีที่ผ่านไป
     
    มันคงยังไม่นานพอ
     
    ที่จะทำให้อะไรๆดีขึ้น
     
    ฉันเสียใจ
     
    เสียใจมาก
     
    เสียใจที่สุดท้ายแล้ว ก้อทำอะไรเพื่อเธอไม่ได้เลย
     
    สุดท้ายแล้ว ก้อทำให้เธอเสียใจ
     
    สุดท้ายแล้ว เราก้อต้องห่างกันไปอย่างนี้
     
    สิ่งเดียวที่ฉันทำได้
     
    คงเป็นการ ปล่อยเธอไป
     
    ให้เธอทำในสิ่งที่เธอสบายใจ
     
    โดยไม่ไปฝืนใจเธอ
     
    ถ้าเธอไม่อยากคุยกับฉัน
     
    ฉันก้อจะไม่บังคับเธอ
     
    ถ้าเธอไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉัน
     
    ฉันก็จะไม่บังคับเธอ
     
    แต่
     
    ยังไง ฉันก้ออยากให้เธอรู้ไว้
     
    ว่า
     
    ฉันยังห่วงเธอเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
     
    ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
     
    ฉันจะยังคงอยู่ตรงนี้
     
    จะปลอบเธอ เป็นกำลังใจให้เธอ
     
    ถ้าเธอมีปัญหา ถ้าเธอทุกข์ใจ
     
    ข้อร้องว่า
     
    อย่าลืมนึกถึงฉัน
     
    และไม่ว่า
     
    ต่อจากนี้
     
    ฉันจะต้องเจออะไรอีกมากมายแค่ไหน
     
    จะเจอใครอีกเท่าไหร่
     
    จะรักใคร จะอยู่เคียงข้างใครก้อตาม
     
    ฉันรู้ดี และจะเชื่อตลอดไป
     
    ว่า
     
    คนที่รักฉันจริงๆ
     
    ทำเพื่อฉันมากมาย
     
    คนที่ดีกับฉันมากกว่าใคร
     
    ก้อคือ
     
    เธอ
     
    ขอโทดนะ
     
    ที่สิ่งที่ฉันทำได้
     
    เพื่อคนที่รักฉันมากที่สุด
     
    มีเพียงเท่านี้
     
     
    March 04

    วันดีๆของแก๊งค์สุกี้เห็ดเอมเค

    โอ้ววววว วันนี้เปนวันที่สนุกมากมากกกกกก ม๊ากมาก มากมาย
     
    แบบว่าไม่อัพสเปซไม่ได้เลยทีเดียว มันสนุกมากจนอยากจดจำไว้
     
    วันนี้เป็นวันนัดรวมตัวกันของแก๊งค์สุกี้เห็ดเอมเค
     
    ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ (ทำไมดูเป็นทางก๊ารทางการ??)
     
    ข้อแรกคือ สมาชิกแก๊งค์จะห่างแก๊งค์ชั่วคราวในปิดเทอมนี้ถึงสามคน คือ เพ่ย กะ โบ ไปจีน ส่วนสาวเจนไปเวิร์คที่อเมกา เลยเที่ยวเลี้ยงส่งก่อนไป
     
    ข้อสอง เด๋วจะวันเกิดโบแล้ว เลยจะฉลองให้ก่อนที่เจ๊จะไม่อยู่ และ
     
    ข้อสาม ปิดเทอมแล้วววววว อยากฉลองปล่อยผีกันซักทีนึงงงงง
     
    แล้วมันก้อหนุกมากกก จนกลายเป็นวันแห่งความทรงจำของพวกเราทุกคนไปเลยล่ะ
     
    เอาล่ะ จะแบ่งเปนตอนๆดีกว่า เพราะไม่งั้นเล่าติดกันจะเป็นพรืดยาวไม่จบไม่สิ้น
     
    11:00 AM---Our Lunch @ U-Kitchen
     
    ดูงงใช่ป้ะ ทำไมนัดกันทั้งที ไปกินแค่ยูคิทเช่น?
     
    เอิ่ม ก้อไม่มีอะไรมากหรอก
     
    ง่ายๆก้อคือ โปรแกรมต่อจากนี้ไป จะมีแต่เสียเงินทองกันมากมาย
     
    พวกเราเลยตัดสินใจประหยัดกันแต่ต้นรายการ กินของถูก อร่อย และ อิ่ม ไว้เปนดี
     
    ที่นี่มีเรื่องเปิ่นของนางสาวเกศวราด้วย ฮ่าๆ ขำมาก
     
    เธอนึกว่าเธอลืมถุงของขวัญโบไว้บนรถเมล์
     
    เลยวิ่งอุตลุดออกนอกร้านไป (ไม่รู้จะไปทำอะไร??)
     
    แต่จิงๆแล้ว มันวางอยู่ข้างเก้าอี้ในร้านนั่นแหละ เหอๆๆ
     
    เหวอเจ๋อได้อีก เกือบโดนเพื่อนๆแกล้งต่อแล้วแหละ แต่สงสารนะเนี่ย ฮ่าๆ
     
    13:00 PM --- To The Coolest Cake Shop In Town, Agaligo!!
     
    หลังจากที่เพื่อนๆติดใจร้าน โกแก๊ต ที่ไปเลี้ยงกันปิดเทอมคราวที่แล้ว
     
    มีกระแสเรียกร้องว่า อยากไปร้านสวยๆไฮโซกันอีก
     
    คราวนี้เลยเลือกไปกินที่ร้านเค้ก อะกาลิโก ที่สุขุมวิท
     
    แบบว่า ถ้าใครเคยไปคงไม่ต้องบรรยายถึงความฮิโซโบแดงของร้านนี้
     
    แต่ใครยังไม่ได้ไป โอ้ววว ท่านพลาดอะไรสวยงามไปอย่างน่าเสียดาย
     
    เด๋วได้รูปจากหงส์แล้วจะเอามาลงสเปซ โชว์ความเริ่ดของร้าน
     
    คือเปนร้านที่ตกแต่งแบบยุโรป เฟอร์นิเจอร์ขาวล้วนทุกชิ้น มีเทียนจุดด้วย สวยมั่กๆ
     
    แต่เครื่องชามก้อเปนแบบจีน เช่นพวกเครื่องแก้ว จานชามที่โชว์ในตู้
     
    แล้วที่พิเศษสุดๆของร้านนี้คือ สวนหลังร้าน
     
    แบบ จะว่าเหมือนในเทพนิยายปรำปราเลยก้อว่าได้
     
    มีน้ำตกกลางสวน ทางเดินเป็นหิน มีเก้าอี้ยาวไว้นั่งเล่น และเรือนดื่มน้ำชาใจกลางสวน
     
    สวยมากกกกกกกกกก สวยได้อีก ได้อีก ได้อีกกกก
     
    กินเค้กกันเสร็จ ก้อให้ของขวัญโบ แล้วก้อถ่ายรูปเล่นกันแบบว่า เมมโมรี่กล้องหงส์แทบเต็ม
     
    ร้านมันสวยซะจนไม่อยากออกมาเล้ยยย อยากนั่งแช่มันทั้งวัน กะเค้กคนละชิ้นเนี่ย ฮ่าๆๆ
     
    15:00 -- Shopaholic Girls rocking Paragon @(^o^)//
     
    ย้อนกลับมาพาราก้อน มาชอปของกินกันจะไปทำหม้อไฟ
     
    มีพี่โจหัวหน้าพ่อครัวรอสั่งการอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ
     
    ซื้อของที่จะกินเสด ระหว่างที่รอเพ่ยกะเจนไปตัดผม เราก้อไปทำกิจกรรมโปรดของธันญา
     
    ชอปปิ้งงงงงงงงงงงงงงงง
     
    ตอนนี้พาราก้อน เมกาเซลล์ ทั้งห้างนะฮ้าาาาา เดินไปไหนก้อเหนป้ายแดงลดราคา มีความสุขจิงจิ๊งงง
     
    ชอปกระจายกันถ้วนหน้า ได้เสื้อผ้ากันทุกคนเลยนะฮ้าาา มีความสุขมากฮ่าาาาาาาา (ได้ชอปแล้วแต๋วแตกเลยเราะ??)
     
    17:00 PM --- Cooking Our Dinner @ P'Joe's
     
    โอ้ววว พวกเรานั่งแทกซี่ไปบ้านพี่โจเพื่อทำหม้อไฟกินกัน
     
    แต่เรื่องเส้าคือ เพ่ยไปไม่ได้ ติดธุระ แงๆ ครั้งที่ไปเกะเพ่ยก้อไปไม่ได้ นี่ก้ออีก เส้าจัง
     
    เลยทำการร่ำลากันที่พาราก้อน แล้วพวกเราก้อไปกัน
     
    (ขอขัดด้วยความเอ๊ะของแทกซี่ที่นั่งไป มารยาททรามได้อีก พูดจากวนตรี๊นส์มากเลย เสียอารมหมด)
     
    และอีกครั้ง ทุกคนก้ออึ้งกะคอนโดพี่โจ ฮ่าๆๆ
     
    วันนี้เสี่ยโจโชว์พาวเต็มที่ ลงคมมีดเอง ต้มซุปเอง ทำทุกอย่างเองหมดเลย
     
    เราก้อได้แต่เป็นลูกมือช่วยโน่นนิดนี่หน่อย
     
    กว่าจะทำเส็ดเกือบทุ่ม เพราะความซับซ้อนของน้ำซุปพี่โจ
     
    แล้วก้อได้กินซะที
     
    อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
     
    ซุปสุดฝีมือของพี่โจ รสชาดมันอ่อนไปนิด ไม่ค่อยเค็มเท่าไหร่
     
    ต้องเคี่ยวกับผักกับเครื่องไปนานๆถึงจะออกรส
     
    แต่พวกเราก้อกินกันเยอะมาก กินเอาๆแบบว่าไม่เกรงใจ ก้อมันก้ออร่อยใช้ได้นะเนี่ย
     
    เพิ่งเคยทำหม้อไฟกันเองครั้งแรก สนุกมากมาย รสชาติก้อไม่เลว โอ้ววว พวกเรานี่เป็นอัจฉริยะด้านอาหารหม้อๆรึป่าวเนี่ย (ครั้งที่แล้วก้อสุกี้เห็ด)
     
    อิ่มท้องเสดแล้ว ก้อ...เหอๆๆ
     
    20:00 PM ---Who Let These Girls Out On The Dance Floor?!?
     
    กิจกรรมหลังอาหารของพวกเรา คือ อะไรน่ะหรอ
     
    เหอๆ ทุกคนอยากรู้ช่ายม๊ายล่ะ
     
    โอ้ววววววว พวกเราร่ำร้องจะฟังเพลงกันตอนกินหม้อไฟ แล้วพี่โจเลยไปเอาดีวีดี หวาง ลี่ หง ออกมาเปิด
     
    เหอๆ โบกะเกดนี่ ราวกับผีสิง ไปนั่งอินกันหน้าจอ
     
    ได้ข่าวว่า เพลงแรกเป็นเพลงงิ้วแบบแรพ เพ้อได้อีก ท่าเต้นก้อโคดฮา
     
    แล้วโบก้อเต้นตามพี่หวัง กร๊ากกกกกกกกกกกกกก
     
    ใครไม่ได้มาเห็นเอง ไม่รู้ถึงความฮาหรอกว่า ท่าโบมันขำสุดๆแค่ไหน
     
    ขำจนแทบสำรอกของที่พึ่งกินออกมาหมดเลย ขนาดนั้นนน (หรือเราเป็นพวกเส้นตื้นแบบไร้สาระง่ะ??)
     
    แล้วก้อไปเอาดีวีดีมอร์นิ่งมา (ใครเป็นแขกบ้านพี่โจจะได้ดูทุกคน ราวกับเป็นแพคเก็จทัวร์)
     
    กร๊ากกกกกก พวกเราแด๊นซ์กันกระจายมาก
     
    ใครมาเห็นคนคิดว่าหลุดมาจากอีกโลก ประมาณว่าเก็บกดมานาน ปล่อยฮาแตกเต็มที่
     
    โค ตะ ระ มันส์ มากๆ เต้นกันแบบว่า ห้องข้างล่างคงอึ้งไปเลยว่า อีห้องข้างบนมันผีเข้ากันรึเปล่า
     
    ออกไปเต้นที่ระเบียงด้วยเห๊อะ แบบว่าไม่อายเรือสำราญและคนแถวเจ้าพระยาเล้ยย
     
    นี่ขนาดเหล้ายังไม่ได้เข้าปาก ยังไร้สติกันได้ขนาดนี้
     
    แต่สนุกมากเลยอ่ะ หนุกมากๆๆๆๆ
     
    คือกับเพื่อนๆทุกคนนี้ อยู่ด้วยเรารู้สึกสบายใจ แบบว่าบ้าได้เต็มที่
     
    เป็นเพื่อนกลุ่มที่เราอยู่ด้วยแล้วสนุกมาก มีความสุขมากๆ
     
    ดีใจที่วันนี้ได้ไปเที่ยวกัน เมามันส์สนุกสนาน
     
    เป็นวันที่หนุกสุดๆเลย หนุกจิงๆ ไม่ได้โม้เลยนะเนี่ยยยยย
     
    ดีใจที่ได้ไปเที่ยวด้วยกัน ถึงพอขึ้นปีสองต่างคนต่างเอก ไม่ค่อยได้เจอกัน ไม่ค่อยได้เรียนด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
     
    แต่พวกเราก้อยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ยังรักกันเหมือนเดิมนะเนี่ย (ฮิ้ววววว)
     
    ตอนนั่งแทกซี่กลับ คุยกันว่า คราวหน้าอยากไปทำบุญด้วยกัน
     
    เผื่อเกิดชาติหน้าจะได้เจอกัน มาเป็นเพื่อนกันอีก (โอ้ววว ซึ้งมั๊ย)
     
    สาวโบ เพ่ย เจน ไปเมืองนอกก้อรักษาตัวนะจ๊ะ เดินทางปลอดภัย แล้วกลับมาไวๆนะ (อย่าลืมของฝาก)
     
    สามหน่อที่เหลือที่เมืองไทย ก้อจะร่อนเร่ต่อไปนะฮ้า ฮ่าๆๆ
     
    รักเพื่อนๆทุกคนที่สุดเลย ดีใจที่ได้เป็นเพื่อนกันนะจ๊ะ ขอบคุณมากๆ
     
    และขอบคุณพี่โจด้วยนะ ที่อุดส่าทำหม้อไฟให้กิน แถมให้พวกเราเต้นปัญญาอ่อนที่ห้องรับแขกด้วย ฮ่าๆ
     
    วันนี้มีความสุขมากกกกกก ม๊ากกกกกกก มากกกกกกกกกก จิงๆ ดัดจ๊ะ
    March 01

    สุขสันต์วันอะไรดี

    โอ้ว หัวข้อวันนี้ดูงงๆเนอะ เพราะว่า วันนี้มันหลายสิ่งจิงๆ
     
    เรื่องแรก อู้วววว สอบเสดแล้ววันนี้
     
    จากการทรมานอดหลับอดนอน (ไม่นอนตอนกลางคืน มานอนกลางวัน ฮ่าๆๆ)
     
    เมื่อเช้าก้อแอบเสียชีพไปกับฟิคชั่น
     
    ในที่สุดมันก้อจบซะทีเทอมนี้ หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่ทำไว้
     
    โอ้ว เข้าสู่ซัมเมอร์สามเดือนอันเกือบจะว่าง (เรียนซัมเมอร์)
     
    วันนี้ก้อเลยสุขสันต์วันสอบเสด
     
    แล้วสอบเส็ดก้อว่างมากตั้งแต่สิบโมง
     
    ออกมาเดินสยาม กินข้าวก้อแล้ว ก้อว่าง ว๊าง ว่าง
     
    เกดก้อต้องกลับไปสอบอีกตัว (เหอๆๆ สะใจ กรูสอบเส็ดก่อน ฮ่าๆๆ)
     
    เราก้อต้องรอกิฟท์ กะพี่โจ จนเย็นโน่น
     
    เราเลย...เบื่อมาก...จน...
     
    ไปตัดผม
     
    ฮ่าๆๆ ดูงงเนอะ เกี่ยวกันมาก ทำไมต้องไปตัดด้วยล่ะ เพิ่งตัดไปตอนปีใหม่
     
    แต่ไม่ชอบทรงนี้เรยอ่ะ ดูเอ๋อแด๊กส์มาก เปนก้อนง่อยๆยังไงบอกไม่ถูก
     
    ทนทรมาน เซงกะทรงนี้มาเดือนกว่าๆ
     
    วันนี้ว่างมากเกินเลยไปตัดซะเลย
     
    โอ้ว หั่นออกไปเป็นกิโลได้ บางลงหลาย
     
    ดีใจๆๆ โอ้วมันไม่เปนก้อนแล้ว
     
    สุขสันต์วันตัดผม โอ้ววว
     
    และวันนี้ ได้เจอหน้านังกิฟท์ ณ ทุ่งรังสิต ที่ไม่ได้เจอกันนานมาตั้งแต่งานเอเอฟเอส
     
    เจ๊จะไปเวิร์คที่เมกาอีกไม่กี่วันแล้ว เลยแวะมาเจอหน้ากันหน่อย
     
    โอ้ว เจ๊เปรี้ยวมาก มาทรงแบบว่า บ๊อบสั้นผมดำขลับ เปลี่ยนลุคสุดๆ
     
    เพื่อนกรูเปรี้ยวได้อีก
     
    สุขสัตน์วันได้เจอกิฟท์เพื่อนเลิฟ
    และอีกสุขสันต์ คือ วันนี้เป็นวันครบรอบเจ็ดเดือนของเด็กเดียร์กะเด็กโจ
     
    ที่จิงเรียกว่าวันชดเชยดีกว่า เพราะเดือนนี้ไม่มีวันที่ยี่สิบเก้า  ฮ่าๆๆ เปนวันชดเชยที่ปีนึงมีหน
     
    ขำเนอะ เหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อวานนี้เอง
     
    เวลาผ่านไป  ไวเหมือนโกหก
     
    คบกันมาเจ็ดเดือนแล้วหรอเนี่ย ไม่อยากเชื่อ
     
    คบกันมา สนุกสนาน ไร้สาระ บ้าบอ ทะเลาะกัน สารพัดอารมณ์ที่พึงมี
     
    ก้อยังคบกันมาตลอดรอดฝั่งจนถึงวันนี้ได้ โอ้ว มหัศจรรย์ (ตรงไหน?)
     
    เอิ่ม ก้อนะ จะยังไงก้อดีใจที่คบกันมาได้จนทุกวันนี้
     
    สุขสันต์วันครบรอบเด็กเดียร์และเด็กโจ เย้
    และสุดท้าย ท้ายสุด
     
    สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น ผ่านระดับสองแล้ววววว
     
    โอ้ววววววววววววววววววววว
     
    ดีใจมาก ตอนแรกไม่รู้หรอกว่ามันมาแล้ว ซีโทมาบอกตอนกะลังจะเข้าบ้านพอดี
     
    เข้ามาเหนซองเล็ก ใจแป้วนะ อะไรฟะ ไม่ผ่านหรอเนี่ย โอ้ว ไม่นะ
     
    แต่ ปล่าว มันพับครึ่ง โอ้ว โกรดมาก ใครมาพับครึ่งใบผ่านกรู๊ส์
     
    เปิดออกมา โอ้วววว ผ่านโว้ยยยยย ดีใจ
     
    ทำไมถึงดีใจขนาดนี้ เพราะปีที่แล้วไม่ผ่านด้วยเหตุผลง่อยๆ ไม่ได้ทำพาร์ทแกรมม่า
     
    ง่อยมาก ถึงมากที่สุด กรู๊ส์เสียดายค่าสอบสามร้อยบาทอย่างสุดซึ้ง
     
    เลยดีใจมากที่ผ่านซะที
     
    สุขสัตน์วันสอบผ่านวัดระดับ
    เฮ้อ หลายสิ่งจิงๆ
     
    ต่อจากนี้ไปก้อจะเข้าปิดเทอมแล้ว
     
    เป้าหมายในการปิดเทอมครั้งนี้ คือ
     
    อะแฮ่ม
     
    ลดความบานของหน้า
     
    ฮ่าๆๆ ไร้สาระได้อีก จะดีหรอ ห๊า
     
    เอาเหอะ จะทำทุกอย่างทุกวิถีทางให้หน้ามันหายบาน
     
    เพราะตอนนี้ทุกคนอุดส่าทักว่าผอมลงแล้ว ดีใจ๊ดีใจ
     
    แต่ผอมลงแล้วหัวยังโตเหมือนเดิม จะดีหรอ?
     
    ต้องลดขนาดหัวลงด้วยนะ เหอๆๆ
     
    เอาล่ะ ธันญา สู้เค้าๆๆๆ
     
    ไปละ อัพยาวแถมไร้สาระได้อีก
     
    ทุกๆคนก้กอขอให้สุขสันต์กะวันปิดเทอมนะจ๊ะ อู้ววว
     
    February 27

    Jay Chou

    ไม่ได้อัพนานเลย ตั้งแต่วาเลนไทน์
     
    เพราะช่วงนี้ สอบง่อยๆมันประเดประดัง
     
    แต่ถึงอย่างนั้นเราก้อยังชิลเหมือนเดิ๊มเหมือนเดิม
     
    ปลายภาคสอบทั้งหมดเจ็ดตัว สอบไปหมดแล้ว เหลือตัวเดียว
     
    ซึ่งคือฟิคชั่น สุขสันต์หฤโหด (เรียนน่ะก้อหนุกดี แต่ตรวจข้อสอบได้โหดร้ายมาก)
     
    เมื่อวานสอบแมนจีโอ ซึ่งถือว่าง่อยสุดแล้วในสอบทุกตัวคราวนี้
     
    เซงๆเลยมาเปิดยูทูบดูโน่นนี่
     
    ไปๆมาๆ นั่งดูเพลงเจย์โชว แบบ รัวๆ สองสามชั่วโมงไม่ทำไรเลย
     
    เจย์โชวนี่ จะว่าไป ถือเปนนักร้องในดวงใจเรา ตลอดกาล คนนึงเลยก้อว่าได้
     
    เพราะเพลงเค้าออกแนวเราชอบ แรพรัวๆ ดนตรีน่ารัก ฟังแล้วไม่เบื่อ
     
    แต่เพลงช้าเค้าก้อมีสไตล์ของเค้าที่ฟังแล้วรู้ทันที ว่าเพลงเค้า
     
    เนื้อเพลงเค้าเหมือนกลอน คล้องจองกัน ความหมายลึกซึ้ง
     
    มิวสิคเค้าก้อสวยทุกอันเลย เพราะแต่ละมิวสิคเค้าเล่น กำกับเอง
     
    นั่งดูไปเซฟไป คิดถึงตอนม.ปลายมากเลย
     
    ตอนที่ไปดูคอนเสิร์ตเจย์ตอนม.ห้า กะพีพี
     
    โอ้ว เจย์เล่นสดได้เจ๋งมาก เล่นบาสไปด้วย ร้องไปด้วย ทำได้ไง
     
    เจย์ไม่ใช่นักร้องที่เราบ้าแบบเพ้อเจ้อ แบบที่บ้าเอฟโฟร์ หรือ นิวส์
     
    แต่เป็นนักร้องที่เรายกขึ้นแท่นไปเลย ร้องเพลงเพราะ เต้นก้อเก่ง แต่งเพลงเอง เล่นดนตรีได้ มีความสามารถจิงๆ
     
    เค้าก้อถือเปนครูพาสาจีนเราคนนึงเลยแหละ เพราะเพลงเค้ายาก ต้องแปลอยู่เรื่อย ฟังไม่ออก
     
    แถมเจย์นี่ ตาตี่ๆ น่ารักแบบตี๋ๆด้วยนะ ฮ่าๆ
     
    แล้วจะว่าไปเรานี่ก้อมีอัลบั้มเค้าทุกอัลบั้มเลยแฮะ
     
    แต่อัลบั้มล่าสุดยังไม่ได้ซื้อเลย พลาดๆ
     
    อยากออกไปซื้อจัง แง้วๆๆ
     
    เด๋วสอบวันสุดท้ายจะไปสอยมา
     
    สรุปว่า ชอบเจย์โชวม๊ากมากกกกกกก
     
    เอาล่ะ ก่อนไปจะทิ้งเพลงล่าสุดของเจย์ไว้นะ ชื่อเพลง Tui Hou
     
    แอบแปลพาสาไทยด้วย อยากแปล เพลงมันเพราะมากมาย (เหมือนว่างเลยเนอะ หนังสือหนังหาไม่อ่าน?)
     
    อยากเข้าไปดูมิวสิคก้อไปตามลิงค์นี่นะจ๊ะ มี Hebe Tian จากวง S.H.E มาเล่นมิวสิคให้ด้วย
     
    แอบขำ เจย์เล่นเป็นนักเลง ดูแปลกๆดี แต่ตอนจบแอบเส้านะ
     
     
    退后
    (Tui Hou) ถอยหลังกลับ
     
    天空灰得像哭过
    tian kong hui de xiang ku guo
    ท้องฟ้าสีเทาหม่น ราวกับมันได้ร่ำไห้มาแล้ว

    离开你以后
    li kai ni yi hou
    หลังจากที่ฉันจากเธอไป

    並沒有更自由
    bing mei you geng zi you
    ฉันไม่ได้รู้สึกอิสระขึ้นเลยซักนิด

    酸酸的空氣 嗅出我们的距离
    suan suan de kong qi xiu chu wo men de ju li
    ฉันสัมผัสได้ถึงความห่างไกลของเราจากอากาศอันน่าอึดอัด

    一幕锥心的结局
    yi mu zui xin de jie ju
    ตอนจบของหัวใจที่สลาย 

    像呼吸般无法停息
    xiang hu xi ban wu fa ting xi
    ยังคงต้องดำเนินต่อไป เหมือนที่ฉันยังหายใจอยู่

    抽屉泛黄的日记
    chou ti fan huang de ri ji
    ไดอารี่สีเหลืองที่อยู่ในลิ้นชัก

    榨乾了回憶
    zha gan le hui yi
    ดูดซับความทรงจำของเราจนแห้งเหือด

    那笑容是夏季
    na xiao rong shi xia ji
    รอยยิ้มในหน้าร้อนครั้งนั้นด้วย

    你我的过去
    ni wo de guo qu
    อดีตของเราสองคน

    被順時針的忘记
    bei shun shi zhen de wang ji
    ถูกลืมไปพร้อมๆกับที่เข็มนาฬิกาเดิน 

    缺氧过后的爱情
    que yang guo hou de ai qing
    ความรักที่ขาดออกซิเจนหล่อเลี้ยง

    粗心的眼泪是多余
    cu xin de yan lei shi duo yu
    หลั่งน้ำตาไปก้อคงไร้ประโยชน์


    我知道你我都没有错
    wo zhi dao ni wo dou mei you cuo
    ฉันรู้ว่า ไม่ใช่ทั้งเธอและฉันที่ผิด

    只是忘了怎么退后
    zhi shi wang le ze me tui hou
    เราแค่ไม่รู้จะถอยหลังกลับไปเรื่มใหม่ยังไง

    信誓旦旦给了承诺
    xin shi dan dan gei le cheng nuo
    คำสัญญาที่เคยให้กันไว้อย่างมั่นหมาย

    却被时间扑了空
    que bei shi jian pu le kong
    กลายเป็นสิ่งไร้ค่าตามกาลเวลา


    我知道我们都没有错
    wo zhi dao wo men dou mei you cuo
    ฉันเข้าใจ ไม่ใช่ความผิดของเราทั้งสองคน

    只是放手会比较好过
    zhi shi fang shou hui bi jiao hao guo
    เพียงแต่การปล่อยเธอไปคงจะทำให้อะไรๆดีขึ้น

    最美的爱情回忆里待續
    zui mei de ai qing hui yi li dai xu
    ความรักที่สวยงามนั้น จะยังคงอยู่แต่ในความทรงจำของฉันตลอดไป
     
    February 14

    Valentine's Day

    วันนี้ก้อวันวาเลนไทน์สินะ
     
    อืมม ก้อไม่มีไรมาก จะมาอัพนิดๆหน่อยๆในโอกาสพิเศษละกัน
     
    วาเลนไทน์ปีนี้ ก้อ เปนวาเลนไทน์แรกของเด็กเดียร์กับเด็กโจ
     
    เราก้อ ทำชอกโกแลตเขียนข้อความเล็กๆน้อยๆ ให้
     
    แล้วก้อการ์ดฮอลมาร์กแสนแพงงง (ใช้บัตรลดไม่ได้อีกแน่ะ เคืองๆ) อีกใบนึง
     
    ส่วนเด็กโจ เดอะ ง่อย เมื่อวานพาไปเซนทรัลชิดลม เดินวนไปไปวนมาแถวที่เค้าขายหมีฮอลมาร์กวันวาเลนไทน์
     
    แล้วถามเราว่า ตัวไหนน่ารัก เราก้อแบบ ถามทำไม
     
    หันมายิ้มแห้งๆ บอก เลือกสิ จะซื้อให้วันวาเลนไทน์
     
    ฮึ่ม ฮึม ฮึ่ม จะเคืองดีมั๊ยเนี่ย
     
    จะซื้อให้ก้อมาบอกทำไมเนี่ย ไม่เซอร์ไพรส์เอาซะเลย แถมยังเลือกเองไม่ได้อีก เฮ้ออ
     
    วันวาเลนไทน์ หรือวันพิเศษไหนๆ พี่โจก้อยังคงเป็นพี่โจอยู่ดีล่ะน้า
     
    เลยเลือกตัวที่นั่งอยู่บนหมอนหัวใจแล้วกอดกัน น่ารักดี
     
    พี่โจตั้งชื่อว่า คุมะจินกะพี มีชื่อจริงว่า ธันญา กะ ปกรณ์ (เกี่ยวกันมั๊ยเนี่ยย)
     
    ก้อประมาณนี้แหละ ไม่มีอะไรพิเศษอ่ะนะ
     
    เพราะพี่โจ ก้อแบบนี้แหละ ทำอะไรหวานๆไม่ค่อยเปน ก้อซื่อ(บื้อ)ไปเรื่อยเปื่อย
     
    คบกันมาครึ่งปีนิดๆ ก้อยังไม่เปลี่ยน
     
    แต่ก้อนั่นแหละนะ ที่ทำให้พี่โจไม่เหมือนคนอื่น พิเศษกว่าคนอื่น
     
    ถึงคบกันจะมีทะเลาะกัน..งอนกันเปนประจำ
     
    ไม่ค่อยมีอะไรคล้ายกันเท่าไหร่ คิดอะไรก้อไม่ค่อยเหมือนกัน
     
    แต่ก้อเปนคนที่ทำให้หัวเราะได้ ทำให้ยิ้มได้ มีอะไรขำๆที่นึกไม่ถึงมาเล่นกะเราตลอด
     
    เปนคนสำคัญ ที่เราอยากอยู่ด้วย อยากทำอะไรดีๆให้ อยากให้มีความสุข
     
    เอาเปนว่า ดีใจที่ได้เจอกัน รู้จักกัน และคบกันจนทุกวันนี้ก้อแล้วกัน
     
    ทุกๆคนก้อ แฮปปี้วาเลนไทน์ นะ มีความสุขมากๆ สมหวังในความรักกันถ้วนหน้านะจ๊ะ
     
    อืมมม ทิ้งเพลงเพราะๆไว้ละกัน เปนเพลงที่ชอบมาก น่ารักดี เนื้อเพลงแอบตรงนะเนี่ย ฮ่าๆ 
     
    วันนี้ฉันมีเธอ
     
    ก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เราได้พบกัน ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้
    เธอก็มีโลกของเธอ ต่างกับฉันมากมาย เหมือนไม่มีอะไรเลย ที่คล้ายกัน
    แต่ถามว่าชอบเธอไหม สบตาแล้วถูกใจไหม
    ก็ตอบว่าใช่ เป็นอย่างนั้น
    จะเป็นลิขิตจากฟ้า หรือว่า ปาฏิหารย์
    อะไร ยังไงก็คงไม่สำคัญ เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ

    เธอไม่เป็นอย่างที่ฉันคิด เธอไม่ใช่คนที่ฉันฝัน
    แต่เธอเป็นมากกว่านั้น เธอคือคนที่ฉันรัก

    ก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เราได้พบกัน ทั้งที่มันไม่น่าจะเป็นไปได้
    เธอก็มีโลกของเธอ ต่างกับฉันมากมาย เหมือนไม่มีอะไรเลย ที่คล้ายกัน
    แต่ถามว่าชอบเธอไหม สบตาแล้วถูกใจไหม
    ก็ตอบว่าใช่ เป็นอย่างนั้น
    จะเป็นลิขิตจากฟ้า หรือว่า ปาฏิหารย์
    ฉันเองก็ไม่เคยเข้าใจ

    แต่ถามว่าชอบเธอไหม สบตาแล้วถูกใจไหม
    ก็ตอบว่าใช่ เป็นอย่างนั้น
    จะเป็นลิขิตจากฟ้า หรือว่า ปาฏิหารย์
    อะไร ยังไงก็คงไม่สำคัญ เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ
    เท่ากับวันนี้ฉันมีเธอ และจะขอมีเธออยู่อย่างนี้
     
     
    February 10

    โครงวันเสาร์

    วันนี้ไปทำโครงวันเสาร์ของชมรมสลัมมา
     
    เป็นโครงวันเสาร์ครั้งที่สามของเราล่ะ คราวนี้ไปบ้านเด็กที่ตรงข้ามรัดสาด
     
    เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามีบ้านเด็กอยู่ตรงนั้นด้วย
     
    ก้อไปสอนน้องประดิษฐ์หน้ากาก
     
    น้องยังเล็กๆอยู่เลย โตสุดก้อแค่เจ็ดขวบเองอ่ะ
     
    ตอนแรกๆน้องๆก้อยังเชื่อฟังๆ พอเริ่มได้ทำหน้ากาก ก้อตามประสาเด็ก อยู่ไม่สุข
     
    วาดยังไม่ทันเสดก้อจะระบายสี วิ่งไปวิ่งมา ฮ่าๆ เด็กน้อยหนอ
     
    เตรียมโครงไว้อีกสองสามโครงด้วย แต่เวลาไม่พอ น้องๆต้องไปอาบน้ำ เลยได้ทำแค่หน้ากาก
     
    แงๆ อุดส่าไปหารูปมาให้น้องระบายสี มีซินนาม่อนโรวด้วย (ที่จิงตัวเองอยากระบายเอง ฮ่าๆ)
     
    เสดแล้วเราก้อกลับมาเลี้ยงไอติมน้องๆเภสัชที่มาช่วยโครง ร่วมด้วยช่วยกันจ้วงไอติมบัญชีฮ่ะ
     
    แล้วก้อไปกินเซนต่อ เสี่ยสุยบอกว่าจะเลี้ยงๆ (ออกให้ครึ่งนึง)
     
    สั่งมาก้อเยอะนะ อีแร้งก้อลง แต่รู้สึกกินไม่ค่อยอิ่มไงไม่รู้ งงๆ
     
    ระหว่างกินฮามาก มีซุปมิโสะ เลยเอามาทำเปน ซุปสาบาน โดยเราเปนประธาน
     
    แอบดีใจ ได้กินก่อน สะอาดปลอดภัย ไม่มีขี้ปากชาวบ้าน
     
    สรุป กรำมาก มันเล่นให้วนกินกันทุกคน แล้วคนที่กินคนแรกต้องกินที่เหลือให้หมด
     
    ง่ะ กรำจิงๆ แต่ก้อกินๆไป ด้วยเลือดโซ๊ยตี๋มันร้อน (ไม่เกี่ยว ฮ่าๆ)
     
    กินเสดไปสอนพาสาญี่ปุ่น ไปร้าน...อืม ชื่อไรหว่า ซิลวาแลน(?)ที่เปนร้านตุ๊กตากระต่าย หมี หมา หมู แกะน้อยทั้งหลายแหล่
     
    น่ารักมาก มีแต่พ่อแม่พาเด็กน้อยต้อยเลี้ยงมา เพราะมีลานของเล่นในนั้นด้วย
     
    สอนๆไปให้เด็กโจฟังเทป กรู๊ส์ก้อง่วงๆ ก้อหลับคาโต๊ะเลย
     
    เปนครูที่ง่อยมาก ถึง มากที่สุด
     
    เสดแล้วไปเดินซุปเปอร์อิเซตัน ดูลาดเลาของที่จะซื้อมาทำหม้อไฟกะเพื่อนๆ
     
    เจอสาหร่ายรูปคิตตี้ด้วยอ่ะ โคดน่ารัก เปนหน้าคิตตี้เลยอ่ะ มีสามสี
     
    แง๊ เค้าอยากกินสาหร่ายคิตตี้ (เพื่ออออ)
     
    เสดก้อยังจะแวะไปเซนจนได้ (เด๋วนี้เปนเหมือนบ้านหลังที่สอง รองจาก เซนทรัล ชิดลม)
     
    แล้วก้อชอปอีกละกรู
     
    ยังดีที่ลงไปเคาน์เตอร์จูซซี่ ตุ้มหูที่ลดราคาอยู่หายไปละ นึกว่าลดถึงสิ้นเดือน
     
    จะว่าเสียใจก้อเสียใจนะ แต่ดีใจก้อดีใจ ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
     
    เดือนนี้กระจุยกระจายมาก เปนเพราะห้างมันลดราคา แถมมีบัตรลดที่ไปจับมาตั้งแปดใบ
     
    ทำให้เงินที่ว่าจะเก็บๆสุดท้ายก้อไม่เหลือ แถมเหมือนจะติดลบ
     
    เพราะดันไปฝากพี่มุกซื้อแอนนา ซุย จากฮ่องกงมาอีก
     
    แล้วก้อค่าอุปกรณ์ วัตถุดิบทำชอกโกแลตง่อยๆ ปาไปหลาย
     
    ทำไมกรูเปนคนเยี่ยงนี้ ช้อปอย่างเมามายไร้สติ
     
    นี่ยังไม่ครึ่งเดือนเลย ง่อยก้อลงแก่กรู๊ส์อีกแล้ว
     
    ชาตินี้จะก่อร้างสร้างตัวได้มั๊ยเนี่ย เงินก้อไม่เคยเก็บ อนาคตดูมืดมนจริงๆ
     
    ก้อจบหนึ่งวันง่อยๆของธันญาไปตามระเบีบบ ดัดจ๊ะ
     
    February 07

    ซึ้งน้ำใจจิงๆ

    โอ้ว เรามีเรื่องซึ้งมากมายมาอัพล่ะวันนี้
     
    เรื่องซึ้งๆที่เกิดจากความง่อยของเราเนี่ยแหละ
     
    คือวันก่อนซื้อบัตรรถไฟใต้ดินอันใหม่ แบบรายเดือนแปดร้อยบาท แล้วลืมเอาบัตรอันเก่าออกจากกระเป๋า
     
    ทีนี้เมื่อวานเดินผ่านตู้รับบริจาคบัตรเก่าที่สุทธิสาร เอาเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราก้อเลยจะเอาไปหยอด
     
    เปิดกระเป๋าตังค์ออกมา เอ๊ะ มีสองใบ ใบไหนหว่า ใบนี้มั้ง หยิบหยอดลงตู้ไปโดยไม่คิดอะไร
     
    เมื่อเช้าจะไปเรียนคอมโป ลงรถใต้ดินที่ห้วยขวาง อ่าว บัตรใช้ไม่ได้ ทำไมอ่ะ
     
    นึกขึ้นได้ ห๊าสสส์ สงสัยเอาอันที่พึ่งซื้อให้ไปบริจาคซะแล้ว ทำไมง่อยอย่างงี้
     
    ไปติดต่อพี่พนักงาน เค้าก้อบอกว่าเด๋วจะติดต่อสถานีสุทธิสารให้ค้นให้
     
    เรารู้สึกเซงมาก เสียดาย ตั้งแปดร้อยบาทแน่ะ ทำไมถึงซวยเยี่ยงนี้ กรูนี่มันง่อยอินฟินิตี้จิงๆ
     
    ขากลับเราขึ้นที่สุทธิสาร ก้อไปติดต่อพี่พนักงานที่นั่นอีกครั้ง พี่เค้าบอกว่า
     
    เค้าได้รับการติดต่อมาแล้ว แล้วก้อค้นตู้บริจาคให้แล้วด้วย แต่ไม่มี
     
    ง่ะ มันจะเปนไปได้ไง ก้อเพิ่งหยอดไปเมื่อวานเอง ถ้าผีไม่ได้หลอก มันต้องยังอยู่ดิ๊ ฮือๆ
     
    เราก้อแบบ หรอคะ ง่ะ แต่เพิ่งหยอดไปเองเมื่อวานนะคะ แต่ก้อไม่เปนไรค่ะ (ในใจนี่น้ำตาไหลเป็นน้ำตก ซู่ๆๆ)
     
    พี่เค้ามองเราอย่างสงสาร เลยบอกว่า จะไปเรียกพี่พนักงานคนที่ตรวจไปมาตรวจให้ใหม่อีกครั้ง
     
    โอ้ว เราเกรงใจเค้ามาก บัตรเก่าตั้งหลายร้อยใบ ต้องมานั่งตรวจทีละใบ บอกพี่ไม่ต้องลำบากก้อได้
     
    เค้าก้อยิ้มให้เรา บอกว่า ไม่เป็นไรครับ พี่ก้อเสียดายแทน ตรวจดูอีกทีก้อได้
     
    แล้วพี่เค้าก้อไปแงะกล่อง เอามาตรวจทีละใบ พี่พนักงานที่เหลืออีกสองคนก้อมาช่วย
     
    ตรวจไปเกินครึ่งก้อยังไม่เจอ พี่คนใส่แว่นคนนึงเค้าก้อพึมพำว่า "ขอให้เจอทีเถ๊อะ สงสารน้องเค้า"
     
    เรานี่ซึ้งอ่ะ ทั้งๆที่เราไม่ดีเองแท้ๆที่เอาไปหยอดผิด เค้ายังช่วยเราหาขนาดนี้
     
    หาไปอีกซักพัก พี่คนใส่แว่นก้อตะโกนเสียงดัง "เจอแล้วๆ"
     
    พี่คนอื่นก้อแบบ จิงง่ะ เอามาตรวจดู แป่ว ผิดอัน หมดอายุแล้ว
     
    พี่เค้าก้อขำใหญ่ "อยากเปนฮีโร่หรอแก มั่วจิงๆแกเนี่ย ฮ่าๆๆ" แล้วก้อหาต่อ
     
    หาไปจะหมดกอง ก้อยังไม่เจอ เฮ้อ ผีอำแล้วล่ะเนี่ย มันหายไปได้ไงฟระ ก้อหยอดลงกล่องเมื่อวานแท้ๆ
     
    พี่ๆเค้าก้อยังหาต่อไป ไม่บ่นไม่ทำท่ารำคาญเราเลย ยิ้มให้เราตลอด
     
    หมดกองของพี่คนนึงแล้ว พี่เค้าก้อยิ้มให้เราบอกว่า ไม่มีจิงๆ
     
    ง่า เราก้อแบบ ไม่เปนไรค่ะ ขอบคุณมากจริงๆที่ช่วยหา
     
    วินาทีนั้น "เจอแล้ววว อันนี้ชัวร์ป๊าบบบบ" พี่คนใส่แว่นตะโกน
     
    เอามาตรวจ ใช่เลย บัตรเพิ่งซื้อไปเมื่อวันที่สองเดือนนี้ บัตรของเราเอง
     
    โอย ซึ้งมาก พี่ๆเค้าก้อดีใจกันใหญ่ บอกว่าสงสัยตอนนั้นตรวจแล้วสะเพร่า เลยไม่เจอ
     
    เรานี่แบบ ดีใจสุดๆ ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก พี่เค้าก้อบอก ไม่เปนไร ยินดีครับๆ
     
    เส็ด เค้าบอก น้องรอแป๊บนะ ขอถ่ายรูปไว้เปนที่ระลึกหน่อย จะเอาไปทำรายงานส่งหัวหน้าว่าทำความดี
     
    ฮ่าๆ ขำมากเลย เราก้อเลยยืนรอพี่เค้าไปเอากล้อง
     
    ซักพักพี่เค้าออกมา บอกว่าหัวหน้าบอกไม่ต้องถ่ายหรอก เพราะเป็นความสะเพร่าของพนักงานเองที่หาไม่ดีแต่แรก
     
    เหอๆ เราก้อขำ บอกว่า เราเองต่างหากที่ไม่ดี เอาไปใส่ผิดทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว
     
    พี่เค้าก้อบอก ไม่เปนไรๆ ดีใจด้วยที่เจอ
     
    ทั้งๆที่ตอนแรกรู้สึกแย่มาก ว่า ทำไมซวยเยี่ยงนี้ เซงมากมาย
     
    แต่พอได้เห็นน้ำใจคนไทย น้ำใจที่เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นด้วยรอยยิ้มของพี่ๆที่รถใต้ดินวันนี้ เราซึ้งมากๆ
     
    ในเรื่องแย่ๆ ก้อยังมีเรื่องดีๆอยู่ เราก้อได้บัตรคืนมาจากน้ำใจงามๆของพี่พนักงานที่ช่วยเราหาจนใบสุดท้าย
     
    ขอบคุณมากจิงๆค่ะ หนูซึ้งมากมายยยยยยยยยย
     
    โลกเรายังมีอะไรสวยงามอยู่อีกเยอะ มีคนดีที่มีน้ำใจอยู่อีกมากมาย ได้รับรู้แค่นี้เราก้อมีความสุขแล้วล่ะ
    February 04

    歩いてる

    เฮ้อ จากการอัพสเปซแบบเซ็งชีวิตสุดๆไปเมื่อคราวก่อน
     
    ทำให้เพื่อนๆและคนอื่นเปนห่วง ขอโทดน้าทุกคน
     
    ศุกร์เสาร์ที่ผ่านมาเราก้อนอนกลิ้งหน้าจอคอม ดูโน่นดูนี่เรื่อยเปื่อย แล้วก้อออกไปเที่ยว ร้องเกะ กินสะบั้นหั่นแหลก
     
    ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นแล้วล่ะ
     
    เมื่อวานมีนัดเที่ยวกะเพื่อนๆฮิวแม่นทำรายงาน เราก้อไปเกะกัน เหอๆ
     
    พวกเพื่อนๆเพิ่งเคยมาที่นี่ เลยตื่นเต้นกันใหญ่
     
    มีร้องแข่งกันเอาคะแนนอีก ว่าใครจะได้คะแนนเยอะสุด
     
    สรุป ร้องไปหลายๆเพลง ทำให้เรารู้ได้ว่า ไอเครื่องคิดคะแนนอ่ะ มันมั่วแหลก เพราะบางเพลงเปิดมายังไม่ได้ร้องเลย ปิดไปก่อน มันขึ้นมาว่า ได้สิบคะแนน
     
    ง่อยจิงๆ เชื่อถือไม่ได้เลย ฮ่าๆๆ
     
    ร้องกะพวกฮิวแม่นเสด เรากะเกดก้อไปเปิดห้องต่ออีกห้องนึง
     
    ป๋าโจเลี้ยงนั่นเอง กร๊ากกกกก
     
    แล้วพวกดาว ยูต่วย ซี แจน ก้อตามมา ร้องกันสามชั่วโมง มันส์มากมาย
     
    ฮาไอซีอีกแล้วเหอะ ไม่มีเพลง "ผัวข้าใครอย่าแตะ" ให้ร้องแล้ว มันก้อหาเพลงอื่นมาร้องจนได้
     
    เพลงชื่ออะไรน้า "สมศรี" หรือไรประมาณเนี้ยแหละ
     
    "ข่าวคราวเงียบหายไปสองสามปี นึกว่าไปได้ดี โอ้ศรีน้องไปขายตัว"
     
    กร๊ากกก ซี กรูขอมอบตำแหน่งราชินีเพลงย้อนยุคให้มรึงส์ไปเลยนะ ร้องได้ทุกเพลง ทุกยุคสมัยจิงๆ
     
    ร้องเสดก้อแยกย้าย เรากะพวกดาวก้อไปเอสพลานาดต่อ
     
    ไปกินทาโกยากิ แล้วก้อราเม็งที่น้องปอแนะนำมา บอกว่าเปนสูตรนีงาตะ
     
    อืมมม พอไปกินก้อเข้าใจละว่าเกิดอะไรขึ้น
     
    ที่ร้านมันมีจอทีวีอยู่ โชว์การทำราเมงกระดูกหมู สูตรของจังหวัดนีงาตะ
     
    ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกะร้านนี้เลย มันเอามาโชว์เฉยๆ
     
    แป่วววววววววววววววววววววว
     
    ซุปราเมงก้อสูตรไทยแท้ๆนี่แหละ แต่เส้นร้านนี้ทำสดๆ เส้นก้อเลยอร่อยกว่าซุป
     
    วันหลังไปคงกินแต่นานิแบบเย็นแล้วล่ะ เส้นมันเหนียวนุ่ม สดดี (พี่โจสั่งมาฮ่ะ ยากความดีความชอบให้)
     
    กินเสดเดินเล่นย่อย (อิ่มมาก อิ่มจนต้องเอาเสื้อหนาวมาใส่ปิดพุงง่อยๆ) แล้วก้อสอนพาสาญี่ปุ่นต่อที่ร้านไอติม
     
    จบหนึ่งวันที่สนุกสนาน
     
    วันนี้ตื่นมา นึกได้ว่ามีรายงานฟิค รายงานฮิวแม่น การบ้านคอมโป สอบฟิคชั่นพุ่งนี้ แล้วก้อสอบฟังและเทสย่อยคอนเวอร์ญี่ปุ่นวันอังคาร
     
    แค่คิดก้อเหนื่อยแล้ว เฮ้อ
     
    แต่ก้อจะค่อยๆทำไปแหละ
     
    มีกำลังใจนิดนึงเพราะไปรื้อกระเป๋าเอาคูปองส่วนลดที่มีอยู่มาดู
     
    มีอยู่แปดใบ ของเซนทรัล เจ็ดใบ ของเซนอีกหนึ่งใบ
     
    หลั่นล้า มีสิบห้าเปอร์เซนต์รวมกันแล้วตั้งสามใบ (ใช้ไปแล้วใบนึง ซื้อชวารอฟสกี้ของพี่โจ แง)
     
    เงินเดือนค่าสอนออกเมื่อไหร่ จะไปช้อปแหลกเลย เหอๆ
     
    อยากได้ตุ้มหู แหวนแอนนา ลิปกลอสด้วย
     
    คิดแล้วมีความสุข อยากไปช้อปเร็วๆ
     
    ขอให้ไม่ใช้เงินหมดซะก่อน แล้วเหลือเงินไปช้อปด้วยเห๊อะ สาธุ
     
    มีกำลังใจแล้ว เราก้อไปทำงานดีกว่า ชะเอิงเงิงเงย
     
    ป.ล. ขอบคุณมากนะเว้ยนังหมีที่คอยรับฟังและให้กำลังใจเสมอ รักแกที่สุด
     
    ป.ล. 2 เด๋วจะลองเอาตุ้มหูที่หายๆไปมาใส่คนละข้างแบบที่ป๋าเมธ์แนะนำนะฮะ จะได้แนวสุดโต่งไปเลย
     
    ป.ล. 3 พี่ปิงก้อดูท่าทางเครียดไม่แพ้กันเลยนะเนี่ย โปรเจคก้อสู้ๆพยายามเข้าค่ะ
     
    ป.ล. สุดท้าย ทิ้งเพลงนี้ไว้เปนกำลังใจให้ตัวเองและทุกคนที่กำลังเหนื่อย หรือท้อนะ เดินต่อไปกันเถอะ คงมีอะไรดีๆรอเราอยู่ในวันข้างหน้าบ้างแหละ เนอะ
     
    歩いてる : モーニング娘。
     
    歩いてる
    その先の空へ
    まだ見ぬ未来へ
    胸に愛を抱いて

    「遅い」なんて
    決めつけなど
    耳を貸さずに

    いつの時代(とき)も
    正義がある
    瞳を閉じて

    世界中の歌が
    聞こえるような距離になるさ

    歩いてる
    一人じゃないから
    みんながいるから
    切に平和願って

    歩いてる
    Na NaNa・・・・・
    Na NaNa・・・・・
    Na NaNa・・・・・
    歩いてる

    「若い」なんて
    まあ一種の ほめ言葉だよ

    いつの間にか 笑いあえる
    時がくるだろう

    その言葉があれば
    元気になれる
    君の言葉

    歩いてる
    その先の空へ
    まだ見ぬ未来へ
    胸に愛を抱いて

    歩いてこう
    澄み切った空気を
    新鮮な贅沢を
    あたりまえの自然を
     
     
     
     
    January 23

    "Chanel"--My HG of Pressed Powder

    ในที่สุด...
     
    ในที่สุด......
     
    ชั้นก้อหามันเจอแล้ว
     
    ไม่เสียแรงเลยที่อุดส่าค้นคว้าสืบเสาะหาข้อมูลมาหลายอาทิตย์
     
    หลังจากที่สับสนในตน ลังเลใจ จนเกือบง่อย ไม่รู้ว่าจะเอายังไง
     
    ในที่สุดวันนี้ก้อตัดสินใจได้ และไปซื้อมาไว้เปนที่ครอบครองแล้วเรียบร้อย
     
    "แป้งพัฟ ชาแนล"
     
    แป้งที่ดีที่สุดในโลกของเดียร์
     
    กรี๊ดดดดดดด ขอกรี๊ดอีกที กรี๊ดดดดดด
     
    ที่กรี๊ดนี่ไม่ใช่อะไรหรอก เพราะกว่าจะเลือกซื้อแป้งพัฟตลับใหม่ได้ ทำเอาเราปวดหัวสมองอันง่อยๆมาหลายอาทิตย์แล้ว
     
    เรื่องมีอยู่ว่า
     
    แป้งอันเก่าที่ใช้อยู่มันจะหมดแล้ว จิงๆก้อชอบนะ ใช้ดี ไม่มีอะไร
     
    แต่ แป้งออริจิ้น มันไม่มีรีฟิลอ่ะ หมดทีไร ต้องซื้อใหม่ทั้งตลับ แบบว่าเปลืองตลับมากๆ
     
    เลยหาเรื่องจะเปลี่ยนยี่ห้อ (ซะงั้น)
     
    ความจิงเราเปนคนไม่ค่อยแต่งหน้า ไม่ได้ชอบซื้อเครื่องสำอางอะไรขนาดนั้น
     
    ที่ใช้ๆอยู่ก้อแบบ แม่เลือกให้บ้าง นู่นนี่นั่น
     
    เราเลยไม่มีความรู้อะไรเรื่องการเลือกเครื่องสำอางเอาซะเลย
     
    เลยไปถามๆชาวบ้านดู ว่ามียี่ห้ออะไรเด็ดดวงโบแดง ใช้แล้วหน้าเด้งเฮงๆบ้าง
     
    จากการสำรวจแล้ว พบว่า (ทำไมต้องทำเหมือนสวนดุสิตโพล ยังไงยังงั้นเลยกรู)
     
    ยี่ห้อ ป้าลอ หรือ ลอร่า เมอร์ซิเออร์ ได้รับคำกล่าวขานเลื่องลือนัก ว่า ใช้แล้วเด้งเช้งวับ หน้าใสกิ๊งเหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย
     
    ได้ยินดังนั้น ธันญารีบดิ่งไปเคาน์เตอร์ลอร่าเพื่อสำรวจว่าจิงแท้แค่ไหน
     
    พี่เค้าก้อบอกว่า แป้งฝุ่นตัวที่เค้าบอกกันว่าดีน่ะ ดีมากๆ ขายดีสุดๆ แต่ปัญหาคือ มันเหมาะสำหรับทาหลังรองพื้น
     
    ง่อยเลย
     
    ธันญาไม่ได้ใช้รองพื้น และไม่อยากใช้ด้วย รู้สึกว่า แก่ไปป่าว แถมต้องล้างออกมากมาย วุ่นวายเกิน
     
    พี่เค้าบอกว่า ถ้าไม่ทารองพื้นก่อน แป้งนี่ก้อแทบจะไม่มีประโยชน์เลย เหมือนแป้งที่ทาตอนอยู่บ้านมากกว่า
     
    เอ่อะ พี่คะ แป้งลอร่า กระปุกละพันสาม ทาอยู่บ้านหรอคะ คือ อยู่บ้านหนูทาแป้งเด็กจอนสันก้ออยู่แล้วค่ะพี่
     
    พี่เลยเอาแป้งอีกตัวที่เปนพัฟที่ผสมรองพื้นให้ลอง
     
    โอ้ว เนื้อแป้งมันนิ่มมาก พระเจ้าจอร์จจิงๆ เพราะเหนว่าผสมผงแป้งแคชเมียร์อะไรไม่รู้ ไฮโซสุดๆ
     
    ทาเส็ด วิ้งๆ สวิงกิ้ง หลั่นล้ามาก ผ่านไปสองสามชั่วโมงแล้ว หน้ายังเด้งอยู่เลยอ่ะ
     
    ชอบเลย แป้งตลับนี้
     
    ก้อบอกพี่เค้า เด๋วจะลองไปดูยี่ห้ออื่นอีกหลายๆอัน ถ้าไม่มีอันไหนถูกในแล้วจะกลับมาสู่อ้อมอกป้าลอร่านะคะ
     
    จากนั้นเราก้อจัดการเข้าเนต ตะลุยอ่านเวบวิจารณ์เครื่องสำอางแบบรัวๆเลย เพื่อหาข้อมูลว่า มีแป้งอะไรที่น่าซื้ออีก
     
    อ่านไปอ่านมา เริ่มเจอข้อเสียของแป้งป้าลอ
     
    ที่เค้าว่ากันก้อคือ แป้งมันดีตรงที่เบา บาง ทำให้หน้าดูเปนธรรมชาติก้อจิง แต่บางทีก้อบางเวอร์ซะจนไม่ปิดอะไรเลย ทาไม่ทามีค่าเท่ากัน
     
    อีกอย่างที่เปนปัญหาสุดๆคือ แป้งน้อยมากกกกกกกก จะน้อยไปไหน เจ็ดกรัมเองอ่ะ พันเจ็ดร้อยบาท
     
    ไม่ปล้นกันไปหน่อยหรอป้า เจ็ดกรัม คนบ่นกันเยอะมากว่าใช้เดือนเดียวก้อหมดแล้ว รัวๆเลยอ่ะ
     
    เริ่มลังเล อืมมม แป้งมันก้อวิ้งดีอ่ะ ชอบเหมือนกัน แต่ถ้าแพงปานนั้นแล้วยังต้องซื้อบ่อยๆอีก จะดีหรอ
     
    เริ่มเปี่ยนใจ
     
    อ่านไปอ่านมา ไปเจอยี่ห้อนึงที่ร่ำลือกันว่า ชนะเลิศสุดๆ
     
    นั่นคือ ชาแนล
     
    ถึงขนาดบอกว่า ดีกว่าลอร่าแบบเอาหัวเปนประกันเลย
     
    เราก้อแบบ ลอร่านี่ก้อวิ้งได้ใจแล้ว มีวิ้งกว่านี้อีกเราะ
     
    ต้องพิสูจน์
     
    เมื่อวันเสาร์ไปเดินเอมโพเรี่ยม เลยแวะไปเคาน์เตอร์ชาแนล ไปด้อมๆมองๆ(ยังกะจะขโมยเค้าเลยทีเดียว)
     
    พี่เค้าเลยแบบ ลองแป้งดูไม๊คะ แล้วก้อทาให้เราที่หลังมือ
     
    แป้งมันก้อเบาอ่ะ พอๆกะลอร่าเลย เห็นว่าผสมรองพื้นมากกว่า แต่รู้สึกชอบพอๆกัน
     
    ถามว่า เท่าไหร่คะ
     
    ตอบ สองพันหนึ่งค่ะ
     
    อึ้งแด๊กส์ แด๊กส์ แด๊กส์ (เอคโค่)
     
    โห แพงไปป้ะเนี่ย แพงไปไหนจ๊ะ แป้งตลับเดียว
     
    แต่ดูปริมาณแล้ว สิบห้ากรัม ฮ่ะ
     
    ด้วยการคำนวนจากสมองกลชื่อโจตะ คำนวนได้ว่า กรัมละร้อยกว่าบาท ในขณะที่ แป้งลอร่า กรัมละสองร้อยสิบบาท (เฉือนกันเป็นกรัมเลยนะ)
     
    แบบนี้ก้อไม่ต้องคิดแล้วสินะ ว่าจะซื้ออันไหน
     
    วันนี้ได้ฤกษ์ เราก้อออกไปชอปปิ้งทันที ที่เซนทรัลชิดลม พร้อมบัตรส่วนลดที่ตกลงจะเอาไปแลกกะมะปราง
     
    เรื่องมีอยู่ว่า เรามีบัตรลดสามสิบเปอร์เซนต์ที่ได้สิทธิ์ไปจับเพราะเปนลูกค้าเซเรเนดอะไรเนี่ยแหละ
     
    แล้วได้มา ยังไม่รู้จะเอาไปซื้ออะไรเลย
     
    เล่าให้มะปรางฟัง มะปรางบอกว่า อยากได้บัตรลดสามสิบจัง จะเอาไปซื้อกระเป๋าจูซี่
     
    เราก้อแบบ งั้นให้มะปรางละกัน ไงๆกระเป๋าก้อเพิ่งซื้อ คงไม่ซื้ออีกอ่ะ
     
    แล้วมะปรางบอกว่า งั้นเอาบัตรสิบห้าเปอร์เซนต์ของมะปรางมาแลกละกัน เพราะเคาน์เตอร์เครื่องสำอางลดสูงสุดสิบห้า
     
    เราก้อ โอ้ว ดีเลย หลั่นล้า
     
    ได้บัตรลดมา เราก้อดีใจ รีบดิ่งไปเคาน์เตอร์ชาแนล
     
    พี่เค้าทาแป้งให้ด้วยล่ะ
     
    โอ้ววว โอ้ววว อะไรกันนี่
     
    วันนี้ไม่ได้แต่งหน้าออกไป กะไปทาแป้งใหม่เต็มที่
     
    หน้าเห่ยๆที่ไม่ได้แต่งของเรา วิ้งวั้งขึ้นมาทันที
     
    พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ไม่อยากจะเชื่อเลยยยยยย
     
    ซื้อแบบไม่ลังเลเลยค่ะ รัวมากๆ
     
    หยิบตังค์ออกมา พร้อมบัตรส่วนลด เตรียมซื้อเต็มที่
     
    พี่พนักงานยิ้มให้เรา พร้อมกับพูดว่า
     
    "น้องคะ ชาแนลไม่ร่วมรายการค่ะ ไม่รับส่วนลดใดๆทั้งสิ้น"
     
    .................................
     
    ขอหน่อยเหอะ
     
    ห๊าสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส์
     
    แล้วกรูไปฝ่าฟันเอาบัตรส่วนลดมาเพื่อออออ
     
    สรุป ใช้เซนทรัลการ์ดลดไป ห้าเปอร์เซนต์ (โห ตั้งห้าเปอร์เซนต์เชียว ลดเยอะมากกกกก)
     
    แต่ทำไงอ่ะ เราอยากได้ก้อต้องซื้อ
     
    ซื้อเสด หน้าซีด ตัวลีบ เลือดจางไปตามระเบียบ
     
    แต่เราไม่ยอมฮ่ะ เรารีบเข้าห้องน้ำ จัดการทาแป้งใหม่ แต่งหน้ามันซะเลย
     
    โอ๊ยยย ยิ่งทายิ่งชอบอ่ะ แป้งอะไรเนี่ย มันจะเวอร์ไปไหน ทาแล้วเนียนอ่ะ ได้ใจมาก
     
    หลั่นล้า หลั่นล้า
     
    ดีใจมากที่ตัดสินใจซื้อแป้งอันนี้
     
    เราขอมอบตำแหน่ง My Holy Grail of pressed powder ให้กับแป้งชาแนลตลับนี้ไปเลยฮ่ะ
     
    หลังจากนั้นพี่โจเลิกงานก้อมาหา เดินช้อปต่อ ทั้งของๆตัวเองและของขวัญวันตรุษจีนของพีโจที่จะให้แม่และญาติๆเค้า
     
    ช้อปไปหลายอย่าง เราก้อได้ไปจับคูปองอีก ห้าใบ
     
    จับมา ห๊าส์ สิบเปอร์เซนต์ซะสี่ใบละ ได้สิบห้าเปอร์เซนต์มาใบนึง
     
    เฮ้อ ง่อยจิงๆ
     
    เอาล่ะ อัพมายาวโคดด้วยความเพ้อเจ้อ เพราะดีใจที่ได้ของถูกใจมาครอบครอง
     
    กลับมาสู่โลกความเปนจริงที่ยังมีรายงานอีกบาน เรียงความอีกเพียบ ทั้งอังกิด ญี่ปุ่น
     
    โลกเราช่างโหดร้ายจิงๆ ฮือๆ
     
    January 17

    Japan Foundation

    วันพุธเปนวันที่ติ่งได้ใจมาก
     
    มีเรียนคอมโปคาบเดียว บ่ายโมง
     
    คือ ออกจากบ้านมา ชั่วโมงเดียว ก้อกลับละ
     
    ปกติด้วยความขี้เกียดของธันญา ก้อจะดิ่งกลับบ้านมานอนเลย
     
    แต่วันนี้ คิดถึงแจแปนฟาวขึ้นมา เลยแวะไปซะหน่อย
     
    ความจิง ไม่ใช่ว่าไม่ได้ไปนานนนแล้วซะเมื่อไหร่ ไปอยู่ทุกอาทิด เพราะเรียน
     
    แต่ไม่ได้ไป "ดื่มด่ำ" กับแจแปนฟาวแบบจิงๆจังๆนานแล้ว
     
    เมื่อก่อนตอนเรียนคอร์สญี่ปุ่นรวม เรียนวันพรึหัด จะรีบไปเพื่อดูวีดีโอ
     
    ดูได้ดูดี การ์ตูนจิบลิ หนัง ละครเป็นตอนๆ ดูทุกอย่าง ติดงอมแงม
     
    แล้วทุกวันศุกร์ถ้าว่าง ก้อจะไปดูหนังญี่ปุ่นที่เค้าฉายที่ห้องประชุม
     
    หนังดีๆทั้งนั้นเลย ค่อนข้างเก่าแล้วก้อหาดูยาก เมื่อก่อนจะไปดูบ่อยๆ
     
    แต่ตั้งแต่เปี่ยนไปเรียนคอร์สแกรมม่า ก้อย้ายมาเรียนวันศุกร์ ตรงกะวันฉายหนัง
     
    ก้อเลยอดดูเลย เพราะหนังมันเริ่มพร้อมเวลาเรียน
     
    แงๆ เสียจายยย
     
    เรียนจบคอร์สนั้นก้อเปี่ยนมาเรียนดราม่า เผื่อไม่ใช่วันศุกร์ จะได้ไปดูหนัง
     
    แต่ดราม่าก้อวันศุกร์เหอะ
     
    อดดูอีกตามระเบียบ
     
    เลย "ดื่มด่ำ" ได้แค่วีดีโอ ดีวีดี แล้วก้อทีวีหน้าห้องสมุด
     
    ชอบอ่ะ ชอบที่นั่นมากๆ
     
    พอรู้สึกไม่สบายใจทีไร ไปที่นั่นแล้วรู้สึกดีขึ้นทุกทีเลย ไม่รู้ทำไม
     
    โดยเฉพาะกลิ่น พอลิฟต์เปิดมาชั้นสิบ กลิ่นห้องสมุดลอยมาก็รู้สึกดีแล้ว แปลกดี
     
    เอนเอชเคที่ฉายอยู่หน้าห้องสมุด ก้อชอบไปนั่งดู
     
    จิงๆที่บ้านก้อมี แต่รู้สึกไปนั่งดูที่นั่นมันได้บรรยากาศมากกว่า ฮ่าๆๆ
     
    สรุปว่า เปนที่นึงในกรุงเทพที่ชอบไป
     
    ต้องไปคนเดียวด้วยอ่ะ มันจะรู้สึกสงบดี สบายใจ ได้คิดอะไรคนเดียว
     
    เปนสถานที่แห่งความทรงจำกับพี่โจด้วยนี่นะ อิอิ
     
    วันนี้เราก็ดูดีวีดีเรื่อง ยูเมะ หรือ ความฝัน ของผู้กำกับคุโรซาว่า อากิระ
     
    เคยดูแล้วตอนอยู่ญี่ปุ่น โฮสพ่อเช่าดีวีดีมาให้ดู เพราะมีฉากนึงไปถ่ายที่จังหวัดนากาโนะ ที่โฮสพาไปเที่ยวมา
     
    เปนหนังที่เข้าใจยาก แบบ อารมณ์อาร์ตและปรัชญาเต็มเปี่ยม
     
    เรื่องไม่ต่อกัน เปนแต่ละความฝันที่ผู้กำกับเค้าเคยฝัน แล้วเอามาทำเป็นหนัง
     
    เอามาดูอีกรอบ เข้าใจกว่าเดิมเยอะเหมือนกัน เพราะฟังออกแล้ว ฮ่าๆๆ
     
    มีหนังหลายเรื่อง ทึ่กลับมาจากญี่ปุ่นแล้วเอามาดูใหม่ เพราะตอนนั้นฟังไม่ออก เลยไม่รู้เรื่อง
     
    แต่เรื่องนี้ ชอบความฝันสุดท้ายที่ไปถ่ายที่นากาโนะ
     
    เปนที่ๆไปแล้วไม่เคยลืมเลย
     
    ธรรมชาติสวยมาก น้ำใสเห็นก้นแม่น้ำ ดื่มได้ด้วย เย็นเฉียบ
     
    ภูเขาก้อสวย ดอกไม้ก้อสวย มีกังหันน้ำด้วย น่ารักดี
     
    โฮสแม่บอกว่า จังหวัดนากาโนะเปนที่ๆคนชอบมาซื้อบ้านพักไว้มาพักผ่อน เพราะเปนจังหวัดที่สวยมาก
     
    อยากไปอยู่บ้างจัง
     
    ไว้แก่ๆแล้วจะไปซื้อบ้านซักหลังอยู่กลางเขาที่นั่นละกัน
     
    พูดจาเหมือนคนแก่เลยแฮะวันนี้ มาแปลก
     
    ไม่มีอะไรหรอก แค่สบายใจที่ได้ไปแจแปนฟาวมา
     
    จบ ดัดจ๊ะ
     
    ป.ล. วันนี้ไปรู้เรื่องอะไรมาอย่างนึงแบบไม่ได้ตั้งใจด้วย ทำให้แอบเคืองแบบรัวๆเลย ดีนะที่ตอนนี้เราไม่ใช่เราตอนรับน้องแล้ว ไม่งั้นมีเคืองกว่านี้ เหอๆ
    January 12

    Hello Kitty & Anna Sui

    อัพที่มหาลัยอีกแล้ว ฮ่าๆ ตลกดีจัง
     
    วันนี้เปนวันครบรอบวันเกิดคณะอักษรล่ะ วี้ดวิ้วว แต่ปีที่เท่าไหร่ เราก้อไม่รู้หรอก (ง่อยยย)
     
    เค้าก้อเลยมีซุ้มขายขนมของกินกัน เอกญี่เราก้อขายน้ำแข็งใส มีซีเปนแม่ค้าคนสวย(รึปล่าว) พวกเราก้อไปยืนรุมหน้าร้านเปนหน้าม้าเรยทีเดียว
     
    เด๋วตอนเย็นก้อจะมีงานด้วย เกดกะพวกเอกจีนร้องเพลงด้วย อยากอยู่ดูนะเนี่ย แต่มีเรียนที่แจแปนฟาวอ่ะ เอาไงดีหว่า
     
    เด๋วค่อยคิด
     
    คือตอนนี้แอบบ้าไปแล้ว
     
    วันก่อนเข้าเวบหารูปซินนาม่อนโรว แล้วไปเจอลิงค์เวบซาริโอ ของฝรั่งเศส
     
    โอ้ววววว ความบ้าคิตตี้ของเรากลับมาอีกแล้ว
     
    ทำไมมันน่ารักอย่างงี้อ่ะ
     
    แบบ เครื่องครัว เสื้อผ้า กระเป๋า เอมดี คิตตี้มีหมด โคดดน่ารัก
     
    คือ ไอที่เราสะสมอยู่เนี่ยก้อแค่ คิตตี้จังหวัดต่างๆของญี่ปุ่น แบบ มีเยอะจนซื้อไม่หวาดไม่ไหว (และไม่มีตังค์)
     
    นี่ถ้าสะสมคิตตี้ธรรมดาๆด้วย กรูไม่ขายบ้านกินเลยเร๊อะ
     
    แต่แบบ ไม่ไหวแล้วอ่ะ น่ารักมากเรย
     
    ขอยืมคำพูดดาวกะสวยมาหน่อย
     
    "เราจะไม่ยอมอยู่ในโลกที่ไม่มีคิตตี้"
     
    และ ซินนาม่อนโรวด้วยนะ เหอๆๆ
     
     
    แล้วก้ออีกอย่าง
     
     
    พักนี้จะหาซื้อแป้งตลับใหม่ ซึ่งจิงๆก้อรู้แล้วล่ะว่าจะซื้ออะไร
     
    แต่ก้อแบบ ชอบเข้าเน็ตไปดูเวบเครื่องสำอาง เปนความสุขอย่างนึงของธันญา
     
    โอ้ว เราก้อเข้าไปเจอเวบเครื่องสำอางแอนนา
     
    บ้าไปอีกแล้วกรู
     
    เหนแล้วอารมณ์มันพลุ่งพล่าน อยากจะซื้อมาตั้งที่บ้านแม่งทุกอย่างเรย
     
    ทำไมมันน่ารักงี้อ่ะ
     
    แบบว่า แป้งตลับลิมิเต็ด ของดอลลี่เกิลอ่ะ น่ารักเหอะ ไม่ไหวแล้วววว
     
    คือรู้ว่าเครื่องสำอางแอนนามันไม่ได้ดีอ่ะ แบบ แพงเพราะยี่ห้อเฉยๆ
     
    แต่กรูก้ออยากได้อ่ะ
     
    ทำไมเปนแบบนี้อ่ะ
     
    ง่า
     
    ชอบแอนนา ซุยอ่ะ ชอบมากมาย ชอบที่สุด
     
    มันน่ารักอ่ะ ฮือๆๆ
     
    แอบลังเล หรือกรูไปซื้อแป้งแอนนาดีอ่ะ อยากได้ตลับ(เพื่อออ)
     
    ฮือๆๆ แต่อุดส่าตัดสินใจแล้วว่าจะซื้อลอร่าอ่ะ ฮือๆๆ
     
    ง่า ตัดสินใจไม่ได้โว้ยยยย
     
    บ้าไปแร้ว
     
    แง๊
     
    "เราจะไม่ยอมอยู่ในโลกที่ไม่มีแอนนา ซุย"
     
     
     
    แล้วที่บ้าไปกว่านั้น
     
    ตอนเราไปญี่ปุ่นครั้งที่ผ่านมา มีโปรเจคพิเศษของห้าง อิเซตัน
     
    เอาแอนนาซุยมาออกแบบคิตตี้
     
    โอ้วววววววววว
     
    แบบว่า มันเอาของสองอย่างที่เราชอบมากมารวมกันอ่ะ
     
    คือ ไม่ไหวแล้วเหอะ บ้าไปเลย
     
    มันไม่น่ารักมากหรอก ดูตลกๆอ่ะ คิตตี้ดูหัวโตพิลึก แต่สร้อยคอ กะ พวงกุญแจ แล้วก้อ ผ้าเช็ดหน้ามันที่ขายเป็นเซตอ่ะ น่ารักมากเรยย
     
    เหนในออคชั่นทีไร ใจจะละลาย
     
    บางทีก้อเบื่อตัวเองมากเลยอ่ะ เปนไรมากป้ะ
     
    อยากได้โน่นอยากได้นี่อยู่ได้ แล้วก้อมานั่งเซงเพราะไม่มีเงินซื้อ
     
    หรือจะสอนพิเศษญี่ปุ่นเพิ่มดีนะเรา
     
    ทำงานแลกเงิน เหอๆ
     
    แต่ไม่อยากสอนคนเอ๊ะๆอ่ะ ง่า แอบเจอคนเอ๊ะด้วย
     
    แต่เราอยากได้ตังอ่ะ
     
    ใครก้อได้ขอตังหน่อยดิ ง๊า
     
    เพ้อเจ้อจิงๆ
     
    แถมพักนี้ยังเพิ่มดีกรีความเพ้อเจ้อ
     
    อยากแต่งคอสเปนมิสะอีก โอ๊ย
     
    กรูจะเปนอะไรไปมากป้ะเนี่ย
     
    เพิ่งไปตัดผมมาเหอะ ไม่น่าเรย ผมมันสั้นแล้วแต่งเปนมิสะไม่เข้าเรยอ่ะ
     
    ต้องผมยาวๆๆ
     
    แง๊ อยากแต่งเปนมิสะ
     
    พอเหอะ บ้าไปแล้ว เดียร์เอ๊ย
     
    ไปเรียนจีนดีกว่า ต้าเจีย จ้ายเจี้ยน ดัดจ๊ะ
     
    January 01

    A Happy New Year 2007

    เมื่อวานเปนการฉลองปีใหม่ที่แอบแปลกนิสนึง
     
    จิงๆก้อไม่ได้แปลกอาไรมากหรอก แต่ก้อ
     
    กลางวันไปกินอาหารญี่ปุ่นกัน มีเรา ซี ดาว หลิง ออม และ ติ่ง
     
    กินเสดก้อชวนกันไปซื้อของที่ซูเปอร์อิเซตัน ไปชอปของกินไว้ไปดูคอนขาวแดงที่คอนโด
     
    เหอๆๆ
     
    ไปกันก่อน แล้วยูต่วยกะดาว ตามไปทีหลัง
     
    แล้วก้ออย่างที่คิดไว้
     
    ไปถึงทุกคนถูกมอมเมาด้วย มอร์นิ่ง มูซูเมะ นั่งดูกันเล่นรอคอนขาวแดง
     
    แล้วก้อกินชอคโกแลตที่ซื้อกันมา เมลตี้ คิส
     
    อร่อยยย อีออมจกเอาจกเอา เหอๆๆ
     
    ครั้งนี้เราได้ทำการแบกเหล้าที่โอ่โต้ซังโฮสพ่อออมซื้อมาฝากไปด้วย
     
    เปิดๆดู ดมๆดู อะบุไน ยังไงมะรู้ เลยผสมกับน้ำผลไม้ที่ซื้อมา
     
    หือ
     
    กลิ่นเหล้าแรงแม่กๆ แรงจนขมเรยอ่ะ
     
    ง๊า
     
    คอนขาวแดงนี่ มีเอนกะมากไปหน่อยรึปล่าว
     
    พอทุกคนเริ่มได้ที่มีเต้นตาม และหัวเราะ ฮาเอนกะสุดๆ
     
    ไม่มีเพลงไหน ฮาเท่า เพลง ฉันเปนผู้หญิงราศีพิจิก
     
    โอ้วว แมงป่องลำพองหาง ยิ่งใหญ่อลังการ และน่ากัวเปนที่สุด
     
    และไม่รู้ด้วยความเฮี้ยนอะไรตรงกะเพลงแมงป่องง่อยนี่พอดี
     
    ป้าแจนโทเข้าเครื่องซี มาบอกว่า เค้ามีก่อการร้าย มีวางระเบิด
     
    โอ้ว วงแตก
     
    งง แป้ก
     
    อารายอ่ะ บอกว่า มีคนบาดเจ็บหลายคน ระเบิดพร้อมกันหลายจุดด้วย
     
    รีบเปิดคอมดูข่าวกันด่วนเรยทีเดียว
     
    มีระเบิดที่แถวอนุสาวรีย์ด้วย แถวบ้านยูต่วยเลย น่ากัวจิงๆ
     
    แม่โทมาบอกให้นั่งแทกซี่กลับบ้านเด๋วนี้
     
    ง๊า ให้กรู๊ส์นั่งแทกซี่กลับบ้านคนเดียวเนี่ยนะ???? ตอนนี้???? จะดีหรอ
     
    พ่อออมบอกว่า ให้อยู่ที่เดิมก่อน จนกว่าจะสงบ
     
    บ้านเราก้อกลับทางเดียวกะออม ก้อเลยว่า จะกลับพร้อมกัน
     
    ไปๆมาๆ ก้อไม่ได้กลับ เพราะกลัวกันหัวหด แม่ก้อไม่กล้ามารับ พ่อออมก้อไม่กล้ามารับ
     
    ก้อเลยต้องค้าง
     
    แต่ว่า ซีจะต้องกลับไปซื้อของกะครอบครัว ก้อเลยกลับไปก่อน เราก้อเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์
     
    テロがあったのに、喜んでた人がいたのね!馬鹿なジョータ!!
     
    人がいっぱい泊まりに来てくれるのがすごい嬉しかったみたいね。
     
    ไปเอาดีวีดีมานำเสนอเพียบ ยังกะพนักงานร้านเช่าวีดีโอก้อไม่ปาน
     
    สรุปแล้ว ทำไมทุกคนต้องดู สแกรี่มูฟวี่ สาม ด้วย ห๊า
     
    ไม่มีใครสนใจ เลิฟ แอคชัวลี่ เลย ฮือๆ เราออกจะชอบ
     
    ดูจบแล้วก้อดูหนังโจซิงฉือ แต่ไม่มีใครสนใจ เลยเปี่ยนเปน เดอะติง
     
    เฮ้อ มีแต่หนัง หยองๆ กรู๊ส์ล่ะไม่ชอบบบบ
     
    มีฉากน่าเกียดน่ากัวเพียบเรย แหวะ แหยะๆๆๆ
     
    ตอนเที่ยงคืน เค้าก้อจุดพลุกัน
     
    พอเปิดม่านออกหมดแล้วก้อเหนวิว สวยมากๆ
     
    คือ ห้องนี้ มองเหนแทบทุกที่ๆเค้าจุดพลุเลยอ่ะ เพราะมันสูง
     
    สวยมากๆ
     
    สวยสุดๆ
     
    โช ไซโคๆๆๆ
     
    ดูพลุเสด ก้อตามมาด้วยข่าวระเบิดอีกสองสามจุด โดยเฉพาะที่เซนทรัลเวิลด์ ที่ฝรั่งขาขาด ฮือ น่าสงสาร
     
    นี่มันวันปีใหม่หรอเนี้ย แย่จัง ประเทศเรา
     
    งานปีใหม่ปีนี้เลย กร่อย เลยเนอะ
     
    แต่ไม่ใช่งานเรา ยังไปเอาเหล้ามารินกินกะน้ำแอบปริคอตอีก เหอๆๆ ดู เดอะติงต่อ
     
    สยองกันอย่างเงียบกริบ
     
    เสดแล้วก้แยกย้ายกันไปนอน
     
    แต่ก้อไม่ได้หลับอยู่ดี คุยเล่นกัน จนตีสองกว่า
     
    นังลิงก้ออ่านแต่การ์ตูนโอทักขุ ได้ข่าวว่าอ่านมัวเมายันตีสี่ เหอๆๆ
     
    ตอนเช้า พ่อออมก้อมารับ พากลับบ้าน ในที่สุดดดดดด
     
    ก้อเปนปีใหม่ที่แปลกดี ทุกคนมาค้างรวมกันเพราะกัวววกลับบ้านไม่ได้ เหอๆ
     
    แต่ก้อสนุกดีนะ ดูหนัง คุยกัน
     
    ที่ดีที่สุดคือ วิวสวยมากกกกกกกก
     
    ก้อเอาปนว่า เปนปีใหม่ที่มีความสุข ก้อแล้วกัน
     
    แล้วก้อ ขอแสดงความเสียใจกะผู้บาดเจ็บ กับผู้เสียชีวิตด้วยในวันปีใหม่นี้นะคะ
     
    ปีใหม่แล้ว
     
    เพื่อนๆทุกคน มีความสุขมากๆๆๆน้า คิดไรก้อสมหวัง แฮปปี้ในทุกๆอย่างเรยน้า
     
    ปีนี้ก้อ โยโรชิคุ เน๊
     
    ป.ล. เพื่อนๆเอกญี่ปุ่น อย่าลืม วันศุกร์มีสอบ อย่าลืมอ่านนะ และห้ามป่วย เด้อ อิไมสั่งมา
     
    (ไปเตือนคนอื่นเค้า เด๋วได้ลืมเอง เหอๆ แง่ว)
     
    December 28

    HATACHI--A Happy Juicy B-day!!

    เฮ้อ
     
    ก่อนอื่น ขอตะโกนนนนนน (ตะโกนใส่ใคร??) บอกให้โลกรู้ว่า
     
    สอบเสดแล้วววววว อีเย้
     
    วันนี้สอบสี่ชม.ติดกันรวดดดดดดด อิงค์ฟิค กับ ญี่ปุ่นหลัก
     
    ก้อ พอไปได้อ่ะ เรื่อยๆ
     
    รู้สึกดีกว่าสองวิชาที่ผ่านมา
     
    ค่อยยังชั่ว
     
    สอบคราวนี้ก้อยกตำแหน่งความเน่าให้กับวิชาไคหวะ ฮ่ะ
     
    แหม อีหลิงง่อย เมาท์กรูใหญ่เชียวนะมรึงงง
     
    ทุกคนก้อรู้และต้องคาระวะให้กับความง่อยและความเอ๋อเหวอเจ๋อของธันญาเปนประจำอยู่แล้นนี่
     
    เหวอได้อีก ชอบหลุดอะไรไม่เปนเรื่องอยู่เรื่อย
     
    แต่ใครจะรู้ว่า นังหลิงก้อหลุดเปนกะเค้าเหมือนกันนะ
     
    นอกจากจะไปปล่อย"โคม" อันเบ้อเร่อสองอันที่ญี่ปุ่นแล้ว
     
    หลิงยังเปนคนแซดิสสสส แม่กๆ
     
    วิชาญี่ปุ่นหลักวันนี้ มีเว้นคำให้เติมกิไตโกะ กิเซโกะ
     
    โจทย์บอกว่า
     
    ถูกผู้ชายแย่ๆหลอก .......ทั้งกายทั้งใจเลย
     
    ที่ถูกจิงๆมันคงจะต้องเติมแบบ แย่ เละเทะ เมจะคุจะ อะไรแบบนั้น
     
    อีหลิง..ถูกผู้ชายแย่ๆหลอก ตื่นเต้น ตึกตัก (โดคิ โดคิ) ทั้งกายและใจ
     
    ฮ่าๆๆๆ อีนี่ชอบถูกผู้ชายหลอก ฮ่าๆๆๆ
     
    ได้เผามันละ สนุกดี เหอๆๆ
     
    จบบบ
     
    จะเล่าถึงเมื่อวานที่อ่านหนังสือยันโต้รุ่ง เลยไม่ได้มาอัพ
     
    ตื่นมา...เรียกว่า ถูกปลุกให้ตื่นมาจะดีกว่า ตอนหกโมงเช้า มาใส่บาตรวันเกิด
     
    ง่วงงงแม่กๆ
     
    พอจะมานอนต่อ นอนไม่หลับแล้วแฮะ
     
    สายๆก้อลากสังขารไปดันกิ้นสยาม ไปติวฟิคชั่นกะพวกแนนนา
     
    ติวเสดไปกินข้าวกัน แยกย้าย ว่าจะไปอ่านหนังสือที่แจแปนฟาว เพราะอ่านอยู่บ้านเด๋วก้อเล่นคอม เด๋วก้อหลับ
     
    เดินผ่านร้านตุ้มหู้ร้านโปรด
     
    โอ๊ยยยยย ทนไม่ไหววว แวบไปชอปมาอีกจนได้
     
    หมดตัว
     
    ไปถึงแจแปนฟาวก้อคัดคันจิ คัดๆๆ แล้วก้อหลับคาห้องสมุด ฮ่าๆ
     
    ตอนเยนพี่โจแวะมาหา พาไปเลี้ยงวันเกิดที่โทนี่โรมา
     
    ไม่ใช่เราหรอกที่อยากกิน เจ้าตัวน่ะแหละ อยากกินเอง เลยพาไป
     
    กินเสดกลับมาแอบเล่นเนต มาเชคเมลล์
     
    เนตของทรูล่มอีก
     
    ได้ข่าวว่า หนังสือหนังหาไม่อ่าน มายุ่งอะไรกะเนต??
     
    สุดท้ายพอกะลังพยายามจะอ่าน แม่เปิดประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกระเป๋าใบนึง
     
    ตกใจแม่กกกก
     
    กระเป๋าจูซี่ คาทู ที่กรู๊ แฮส เล็ง ไว้ตั้งแต่ชาติปางก่อน
     
    ถึงขนาดไปต่อคิวที่เซนทรัลชิดลมเอาบัตรลดมา เก็บตังค์ว่าจะไปซื้อ
     
    แต่ก้อนะ เราเก็บเงินไม่เก่ง เก็บชาตินี้จะได้ซื้อมั๊ย??
     
    แม่ซื้อมาให้เปนของขวัญวันเกิดดดด
     
    โอ๊ยยยย ดีจายยย แม่กๆๆๆ
     
    อูเรชี่ แฮปปี้ ดัดจ๊ะ
     
    ถือว่าเปนวันเกิดที่ ดีมาก (โดยเฉพาะกระเป๋าจูซี่ เนี่ย)
     
    ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนน้าสำหรับคำอวยพร เอสเอมเอส แล้วก้อเมลล์
     
    แต่ว่า แก่แล้วอ่ะ
     
    ยี่สิบแล้ว ขึ้นเลขสองแล้ว แอบรู้สึกง่อยนะ
     
    แบบ นี่ยี่สิบแล้วหรอเรา อะไรแบบนี้
     
    ก้อนะ เอาเปนว่าอยู่รอดปลอดภัยมาได้ยี่สิบปี ถือเปนบุญละกัน
     
    จบบบบบ
     
    วันนี้อยากเล่ามากมาย
     
    ไปดูหนังจีนที่หลิวเต๊อะหัวเล่น
     
    ถ้าจะพูดให้ถูก หนังที่ซีวอน ซูเปอร์จูเนียร์ เล่น เหอๆๆ
     
    มีผมสั้นไปดูกันเต็มโรงเลยอ่ะ
     
    เพ่ยกะแนนนามันอย๊ากอยากดู ก้อไม่ขัดศรัทธา
     
    แต่ได้ข่าวว่าเปนหนังสงคราม
     
    ทำไมมันขำข๊ำขำทั้งเรื่องเลยอ่ะ
     
    เหตุผลง่ายๆที่คิดได้คือ
     
    ข้อหนึ่ง เสียงพากษ์พันธมิตร (นี่เสียร้อยสี่สิบบาทดูที่พาราก้อน เพื่อพันธมิตรเนี่ยนะ?? จะดีหรอ ขอเงินคืนซักสี่สิบบาทเหอะ)
     
    ข้อสอง หนังมันพยายามทำเอฟเฟคมากไป จนขำ
     
    ข้อสาม ทรงผมและหน้าซีวอน ฮาไม่ไหวแล้ว
     
    ข้อสี่ เด็กผมสั้นที่ไปดูเต็มโรง กรี๊ดกร๊าดสนั่นลั่นโลกมาก เหอๆๆ ยกแก๊งค์กันมาหรือไงน้องเอ๊ย
     
    ข้อห้า ฮ่องเต้ ฮ่าๆๆๆๆ ขำมากกกกกกกกก ขอบอก เปนฮ่องเต้ที่แบบ โนบรรยาย
     
    สรุป หนังนอกจากจะแอบไม่เปนหนังสงครามแล้ว ยังเหมือนเปนหนังตลกมากว่าเลย เหอๆ
     
    อีเกดแอบหลับคาโรง แต่ตื่นมาก่นด่านางเอกเปนบางครั้งคราว
     
    ดูหนังเสดไปกินราเมง เพราะพี่โจเลี้ยงเราและแก๊งค์สุกี้เห็ด
     
    มีเรื่องเหวอมากของพี่โจ
     
    (สนทนาทางโทรศัพท์)
     
    เดียร์..."นี่ ถึงสถานีทองหล่อแล้วนะ จะให้เดินไปร้านราเม็งก่อนป่าว"
     
    พี่โจ..."อ่าว หรอ ผมก้อเพิ่งถึงเหมือนกัน อย่าเพิ่งเดินไปสิ รอก่อน เด๋วไปด้วยกัน"
     
    เดียร์..."อืม งั้นจะยืนรออยู่กะที่นะ"
     
    พี่โจ..."อือๆๆ"
     
    ตัดสายไป
     
    ยืนรอพี่โจ ห้านาที สิบนาที ผ่านไป
     
    อะไรฟระ ไหนบอกอยู่ที่สถานีแล้ว
     
    เจนเริ่มแบบ พี่โจเปนไรมากป้ะ
     
    ทนไม่ไหว เลยโทไปอีกรอบ
     
    เดียร์..."นี่ ไหนบอกว่าถึงแล้วไง ยืนรอนานแล้วนะไม่เหนมาเลย"
     
    พี่โจ..."อ่าว ก้อไหนบอกให้ผมยืนอยู่กับที่ไง ยืนมาตั้งนานแล้วเนี่ย ไม่เหนมาเลย"
     
    เดียร์...."........."
     
    ง่อยส์++++++
     
    โนมีคำบรรยาย
     
    จบฮ่ะ
     
    อัพมายาวและ ขี้เกียดเขียนแล้ว ไปแล้ว ดัดจ๊ะ
     
     
     
     
     
    December 26

    夜空ノムコウ

    เฮ้อ มาอัพอีกละ อัพบ่อยจิงๆ
     
    ยังสอบไม่เสร็จแท้ๆ
     
    สอบครั้งนี้ ไม่ไหวๆ แย่ของโคดแย่ สองวิชาที่ผ่านไป ไม่เปนสับปะรดเลย
     
    แมนจีโอน่ะ ช่างมันเห๊อะ
     
    แต่ญี่ปุ่นคอนเวอร์นี่ สาธุ ขอให้ได้ข้อเขียนเยอะๆเหอะ ไม่งั้นไอตรงพูด ง่อยไม่รู้จะง่อยยังไงแล้วกรู
     
    ก้อคนมันขี้ตกใจ หลุดพาสาไทยไปอีกแน่ะกรู เสร่อจิงๆ
     
    เฮ้อ
     
    พุ่งนี้ก้อวันเกิดแล้ว
     
    อายุยี่สิบแล้ว เดียร์เอ๊ย
     
    ป้าแล้วนะเนี่ย
     
    ถ้าอยู่ญี่ปุ่นคงจะต้องใส่กิโมโน ไปเข้าพิธี แล้วก้อได้เงินจากโฮสเต็มไปหมด ฮือๆ
     
    อยากกลับญี่ปุ่นจิงๆเล้ย
     
    แต่วันเกิดมีสอบแบบนี้ ไม่หนุกเรยอ่ะ
     
    แต่ก้อนะ ช่วยไม่ได้
     
    อ้อ ขอบคุณเพื่อนๆแก๊งค์สุกี้เห็ดเอมเคสำหรับของขวัญนะ
     
    ชอบมากเรย น่าร๊ากก วันนี้ใส่เรยล่ะ
     
    แล้วก้อนังหมีน้อยเกศวรา ขอบใจเว้ย
     
    แต่ว่า
     
    เมื่อเช้านี้เปิดมือถือมาก้อตกใจ
     
    มีใครบางคน ที่เรานึกว่าเค้าลืมวันเกิดเราไปแล้วซะอีก เมลล์มาหา
     
    ถามว่าอยากได้อะไร จะส่งมาให้
     
    อืมมม ทั้งๆที่ก้อผ่านไป(เหมือนจะ)นานแล้ว
     
    แต่อะไรบางอย่าง บางทีมันก้อไม่ได้หายไปจากใจเราจริงๆ
     
    มันก้อซ่อนอยู่ส่วนลึกๆ ที่พอมีอะไรมาสะกิดมัน ก้อจะคิดถึงขึ้นมา
     
    เค้าเองก้อคงเหมือนกันสินะ
     
    ก้อเปนคนสำคัญนี่นะ
     
    อืม
     
    เมื่อวานเจอเพลง โยโซระ โนะ มูโค เวอร์ชั้นที่ ยูอิ ร้องกับ สุกาชิคาโอ คนแต่งเพลงนี้ร้อง
     
    เพราะมาก เปนแบบมีเครื่องสายบรรเลง
     
    เพราะสุดๆ
     
    ทำให้นึกขึ้นมาได้เหมือนกัน
     
    ว่าคริสมาสปีที่แล้ว ส่งซีดีเพลงนี้ไปให้เค้า
     
    เพราะว่า
     
    ไม่มีเพลงไหนในโลกที่จะบรรยายอะไรๆได้ดีกว่าเพลงนี้อีกแล้ว
     
    แต่ว่า
     
    เพลงนี้มันก้อเข้ากับปีใหม่เหมือนกันนะ
     
    เมื่อท้องฟ้าค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไป
     
    มีวันใหม่ทอแสงรออยู่ข้างหน้า
     
    ไหนๆก้อจะปีใหม่แล้ว
     
    เราก้อมาเริ่มอะไรใหม่ๆกันเถอะ เนอะ
     
    อะไรที่แล้วมา ถึงไม่ได้ลืม ก้อคงปล่อยมันไปแหละ (เช่น ข้อสอบอิไม เปนต้น ฮ่าๆๆ)
     
    เอาล่ะ จะอายุยี่สิบแล้ว ทำตัวโตๆได้แล้วเนอะเราเนี่ย
     
    เหลือสอบอีกสองตัว สู้ๆๆตาย (ตายไปเรย เหอๆๆ)
     
    夜空ノムコウ
    あれからぼくたちは 何かを信じてこれたかなぁ…
    夜空のむこうには 明日がもう待っている

    誰かの声に気づき ぼくらは身をひそめた
    公園のフェンス越しに 夜の風が吹いた

    君が何か伝えようと にぎり返したその手は
    ぼくの心のやわらかい場所を 今でもまだしめつける

    あれからぼくたちは 何かを信じてこれたかなぁ…
    マドをそっと開けてみる 冬の風のにおいがした
    悲しみっていつかは 消えてしまうものなのかなぁ…
    タメ息は少しだけ 白く残ってすぐ消えた

    歩き出すことさえも いちいちためらうくせに
    つまらない常識など つぶせると思ってた

    君に話した言葉は どれだけ残っているの?
    ぼくの心のいちばん奥で から回りしつづける

    あのころの未来に ぼくらは立っているのかなぁ…
    全てが思うほど うまくはいかないみたいだ
    このままどこまでも 日々は続いていくのかなぁ…
    雲のない星空が マドのむこうにつづいてる
    あれからぼくたちは 何かを信じてこれたかなぁ…
    夜空のむこうには もう明日が待っている



    December 25

    My Christmas List to Santa!

    เปนการอัพสเปซที่แปล๊กแปลก
     
    เพราะว่า
     
    อัพที่มหาลัย ฮ่าๆ
     
    เพิ่งสอบคอมโปเสดไปหมาดๆ รู้สึกเหมือนหัวสมองเปนอัมพาตไปแล้ว ชาจนเบลอได้ที่เรยทีเดียว
     
    เลยแวะมาเล่นคอมซะหน่อย (เกี่ยวกันมากเรยนะ)
     
    วันนี้เปนวันคริสมาส
     
    เปนวันนึงที่เราชอบมากๆเรยของปี
     
    เพราะเปนวันที่ได้แลกของขวัญกะเกด(ฮ่าๆ)
     
    เปนวันที่มีไฟประดับสวยๆมากมายตามถนนหนทาง
     
    เปนวันที่มีความทรงจำดีๆที่ญี่ปุ่น
     
    และอีกมากมายหลายร้อยเหตุผลที่ทำให้ชอบวันนี้
     
    แต่คริสมาสปีนี้ มีสอบ
     
    เฮ้อ ไม่หนุกเรย ไปไหนก้อไม่ได้
     
    ง่ะ
     
    เลยอยากจะเข้ามาอัพสเปส ลิสของขวัญที่อยากได้
     
    เผื่อจะมีใครไปกระซิบบอกซานต้าให้หอบเอามาให้เราหน่อย
     
    เอาล่ะ นี่คือบรรดาสิ่งที่เราอยากได้ที่สุดของที่สุดเลย
     
    กระเป๋าแอนนาซุยใบนั้น...ใบที่ถูกแย่งไปจากการออคถึงสองครั้ง ฮึ่มมม
     
    ดีวีดีครบเซตทุกซีซั่นของ Ally Mcbeal ซีรี่ส์เรื่องที่ดีที่สุดในโลก(ของเดียร์)
     
    ขอให้วงนิวส์ได้กลับมารวมกับครบทีมไวๆ คิดถึงม๊ากมาก
     
    ได้ไปงานคริสมาสที่บ้านวาตานาเบ้ ซัง กับบ้าน อาโอกิ เซนเซย์...อีกครั้ง
     
    อยากให้หิมะตกในวันนี้
     
    ได้ไปเดินดูไฟที่ประตูทางออกสถานีนีงาตะ
     
    ได้กินเค้กฝีมือโฮสแม่ที่มีสตอเบอร์รี่ลูกหย่ายๆ
     
    ได้อยู่ในโลกที่ไม่มีการสอบ
     
    หรือสอบได้คะแนนดีโดยไม่ต้องอ่านหนังสือ ฮ่าๆๆ
     
    ได้กลับไปใช้ชีวิตอันแสนสบายแบบม.ต้นอีก
     
    ได้เปนเพื่อนกะเกดแบบนี้ตลอดไป
     
    ได้สีไม้กล่องใหญ่ๆดีๆซักกล่องมาแทนอันที่หายไป...จะได้วาดรูปอีกครั้ง
     
    ได้เอาต้นคริสมาสซินนาม่อนโรวออกมาเปิดไฟ
     
    ได้จับมืออุ่นๆ...ที่เดินจูงมือเราดูไฟวันคริสมาส
     
    ได้นอนฟังเลิฟเอฟเอม 94.5(ที่ตอนนี้ไม่มีแล้ว)ในคืนวันคริสมาส...ที่เค้าเปิดเพลงคริสมาสทั้งคืนติดต่อกันจนเช้า
     
    ได้ใครบางคนคนเดิมแบบที่เคยเปนกลับมา
     
    หรือขอไทม์แมชชีนซักเครื่อง จะได้ย้อนกลับไปหาเค้าได้
     
    หรือง่ายกว่านั้น เอาโดเรม่อนมาเลยดีกว่า ตัวเดียว เอาอยู่ ฮ่าๆ
     
    ได้พบกับความสุขที่แท้จริง
     
    ได้...
     
    ได้รัก และเปนที่รักของคนที่เรารัก ตลอดไป
     
    เฮ้อ
     
    ขอเยอะไปรึเปล่านะ
     
    Santa, can you here me?
     
    I have been so good this year (จิงง่ะ??)
     
    But all I want are MANY THINGS!! 55
     
    Santa,those are my only MANY WISHES this year!
     
    เอามาให้ซักหน่อยเถอะน้า คุณซานต้า
     
    ไม่ได้ทั้งหมด ขอซักอย่างสองอย่างก้อยังดี
     
    เอาเถอะ นั่นคงไม่สำคัญเท่า...
     
    เด๋วอีกครึ่งชม.สอบแมนจีโอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
     
    ไปแล้วนะทุกคน สุขสันต์วันคริสมาส มีความสุขกันมากๆนะจ๊ะ
     
    Merry Christmas ดัดจ๊ะ
     
     
    December 19

    คุณชายฮัวเจ๋อเล่ย

    แทม ทะ ดะ แดม
     
    วันนี้จะแวะมาอัพแบบ ร่าเริงสดใส
     
    หลังจากที่พักนี้ดูจะมีแต่กลิ่นอายแห่งความเส้า ทะมึน และคำบ่นมากมายของนางสาวธันญา
     
    ขอโทดนะที่ทำให้เพื่อนๆเปนห่วง
     
    ขอบคุณมากๆน้าทุกคน
     
    เอาล่ะ...
     
    วันนี้ก้อไม่มีอะไรหรอก กลับมาถึงบ้าน ก้อดูวีซีดี ที่แนนเอามาให้เมื่อหลายอาทิดก่อนแล้วยังไม่ได้เอามาดูเลย
     
    มันก้อคือ
     
    "รักใสๆ หัวใจสี่ดวง ภาคหนึ่ง"
     
    ฮิ้ววววววววววว
     
    ขำได้อีก
     
    ดูเพื่อรำลึกถึงตอนม.สี่
     
    ที่ช๊อบชอบ จ่ายจ๋าย หรือ คุณชายฮัวเจ๋อเล่ย ม๊ากมาก
     
    ถึงกับสบถสาบานว่า เค้าคนนี้ เปนชายหนุ่มที่หล่อตรงสเป๊คสุดๆแล้ว
     
    หล่อที่สุดใน"โลกของเดียร์"
     
    ฮ่าๆๆ
     
    เปนแรงบันดาลใจ ให้เราไปเรียนพาสาจีน จนได้ดิบได้ดีมาทุกวันนี้เชียวนะ (หรอ?)
     
    พอเอามาดูอีกที ก้อยังยืนยันคำเดิม
     
    ผู้ชายอะไร น่ารักที่สุดเล้ยยยยย
     
    ถึงละครมันจะเฝร่ย อืด ยืดยาด แถมเสียงพากษ์ก้อไม่ได้ความก้อเหอะนะ
     
    เอาเถอะ พุ่งนี้จะถือวิสาสะหยุดเรียน เพราะเจมส์ไม่สบาย มีเรียนติ่งชม.เดียวเอง ไม่ไปดีกว่า
     
    วันนี้เลยปล่อยตัวปล่อยใจไปกะละครเน่าๆที่จ๋ายแสดงซะหน่อย
     
    แล้วพุ่งนี้จะอ่านฟิคอันยากบรรลัยให้จบ ถ้าทำได้
     
    มาอัพแค่นี้แหละ ไปแล้ว ดัดจ๊ะ
    December 17

    人を愛すること

    また思い出している。
     
    自分のそういうところが嫌いだな。
     
    今のあたしは幸せなのに、また何か足りない気がする。
     
    それは、
     
    あたしはあの人に愛されすぎたからかな?
     
    そうだよね。
     
    思い出すたびに、後悔しちゃう。
     
    本当にどうしようもなく後悔しちゃう。
     
    だって
     
    あたしをあんなに愛してくれる人は、今までもあの人しかいない。
     
    言葉で確かめなくても分かるくらい
     
    やさしくあたしを愛してくれた。
     
    だけど
     
    あたしはその愛情の大切さに気付かず、自分のことばかり大事にしてた。
     
    何回も何回もあの人を傷付けた。
     
    でも
     
    あの人は傷ついてもあたしを離さない。
     
    どうしてもあたしの側にいたいって言ってくれた。
     
    結局、別れたいって言ったのはあたしの方。
     
    自分が悪いくせに、もうあなたといたくないって言って、勝手に日本に逃げ出した。
     
    そんなふうに終わった、あたしたちのこと。
     
    今、あなたはもうあたしと友達でも居られない理由が分かった。
     
    ごめんって100万回言っても足りない。
     
    本当に本当に心から後悔してる。
     
    ごめんね、あなたを好きになってあげられなくて。
     
    ごめんね、あなたがくれた愛情を大事にしてなくて。
     
    。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。
     
     
    あたしには好きな人が出来た。
     
    付き合い出してから、嬉しい出来事もいっぱいあるし、幸せだけど
     
    何か足りない気がする
     
    本当にあたしのことが好きなのって何回も聞いてしまう。
     
    不安な気持ちになっちゃう、どうしても。
     
    まるで、昔のあなたみたい。
     
    だから、あなたのことを思い出している。
     
    やり直したいわけじゃなくて、あなたと同じ状態になっているから。
     
    あなたがどんなに不安がってたことが分かった。
     
    今のあたしも痛いくらい不安なの。
     
    痛いよね、悲しいよね。
     
    それは
     
    人を愛することが分かったから。
     
    本当に、本気で
     
    愛しているから
     
    あなたもそうだったよね。
     
    あなたが教えてくれた 「人を愛すること」 が分かった。
     
    。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。。
     
    ね、
     
    今なら
     
    もし明日あなたが居なくなるとしたら、どうするって聞かれたら
     
    あたしは答えるよ。
     
    そんなことを起こさせない。絶対に許さない。
     
    何があってもあなたを探しに行く、どこまでも、いつまでもって。
     
    ね、
     
    もう遅いんだよね。もうだめだよね。
     
    ごめんね、ごめんなさい。
     
    December 12

    Too much

    รู้สึกคำว่า "มากเกินไป" จะเหมาะกับสภาพชีวิตตอนนี้ของเราม๊ากมาก
     
    ก้อแบบว่า หลายๆเรื่องน่ะ
     
    เรื่องที่แบบ คิดว่า ชักจะมากไปแล้วนะ เรื่องนึงคือ โชคร้าย
     
    เรียกง่ายๆว่า "ซวย" ก้อได้
     
    แบบ อาทิดที่ผ่านมา ของหายไปหลายชิ้น
     
    แล้วแต่ละชิ้น มีราคา มีคุณค่าทางจิตใจทั้งน้าน
     
    ชิ้นแรก แหวนแอนนาซุย ที่ซื้อมาเอง ใส่ติดนิ้วทุกวันจนวันไหนไม่ได้ใส่นี่รู้สึกง่อย
     
    ฝามันหล่นหายไปตอนไหนไม่รู้ที่มาบุญครอง
     
    แล้วมาบุญครองมันเล็กมากเลยเนอะ คงหาเจอเนอะ
     
    ชิ้นที่สอง นี่เซ็งกว่า
     
    บลัชออนของบลูม ราคาก้อไม่ใช่น้อยๆ
     
    ทำกระเป๋าตกที่โรงอาหารอักษร แล้วมันกลิ้งไป มองไม่เห็น ไม่ได้เก็บขึ้นมา
     
    เพิ่งรู้สึกตัวเช้าอีกวัน ไปที่โรงอาหารไม่มีแล้ว เลยไปถามกลุ่มแม่บ้าน กะลังนั่งชุมนุมกันอยู่
     
    เค้าบอก มาถามเค้า จะไปรู้ได้ไง
     
    เราก้อ อ่าว แล้วหนูไปถามใครดีล่ะคะ
     
    เงียบ
     
    ซักพักเค้าพูดว่า ใช่ที่เปนกลมๆฝาใสๆใช่มั๊ย เราบอกใช่
     
    เค้าบอก เมื่อเช้าเค้าเห็นแล้วหยิบขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ไม่รู้ป่านนี้มีคนหยิบไปรึยังนะ
     
    พอเราเดินกลับไปที่โต๊ะก้อไม่มี มองไปทางกลุ่มแม่บ้านเค้าก้อหัวเราะกันคิกคักใหญ่เลย
     
    "............................................."
     
    มีสิ มีคนหยิบไปแล้วล่ะ อย่าให้เห็นว่าทาแก้มแดงนะ จำไว้เลย หึๆ
     
    ให้ไปก้อได้ ทำบุญทำทาน
     
    แล้วก้อต้องไปซื้ออันใหม่มาเย็นวันนั้นซึ่งแพงกว่าเดิม ทำให้ต้องทะเลาะตบตีกันกะเด็กโจอีกเรื่องชอบทำของหายและชอบซื้อของแพง
     
    เฮ้อ
     
    เรื่องโชคร้ายอีกหลายร้อยแปดพันเก้า
     
    ขึ้นรถไฟใต้ดินตอนเช้าทีไร เดินลงบันไดเลื่อนมารถเพิ่งออกไป ต้องรอง่อยคันต่อไป ทำให้ไปเรียนสาย
     
    วันนี้สอบฟังไปสายวิ่งกระหืดกระหอบเข้าห้อง เข้าไปถึงโดนถามเลย ซวยได้อีก ซวยเข้าไป
     
    เรื่องมากไปอีกเรื่องคือ เรื่องเรียน
     
    จะอะไรกันนักกันหนา
     
    นึกว่าผ่านพ้นอาทิตย์อันโหดร้ายที่มีทั้งสอบอังกิด ญี่ปุ่น จีน แล้วก้อสอบวัดระดับมาแล้วจะโล่ง
     
    แต่ทุกอาทิดก้อยังง่อย มีสอบอยู่เรื่อยๆ
     
    ญี่ปุ่น จะสอบย่อยอีกแล้ว
     
    แล้วยังอีการฟัง ง่อย นี่อีก
     
    เอามีดมาแทงกันเลยสิ มา
     
    ฟังก้อยากขึ้นๆ ท่องจำเอาจนหัวจะบานกว่าหน้าที่บานอยู่แล้วละเนี่ย
     
    วิชานี้ คันจิเปนล้าน แต่ละคำ เขียนง่าย ใช้บ่อย สนุกมาก
     
    มันจะ "มากไป" แล้วนะ
     
    หรือเราเองก้อบ่น"มากไป"ด้วย? หรือเรามัน "ง่อย" ไป?
     
    เฮ้อ เหนื่อย
     
    เอาเถอะ ช่วงหยุดสามวันที่ผ่านมาก้อ เที่ยวมากไป เองแหละเนอะ
     
    ไปเที่ยวกะโฮสออม และ หลิง และ ซี หนุกมากมาย เที่ยวตะลอนกันได้ทั้งวัน กินกันจนปลิ้น หัวเราะกันจนหัวทิ่ม (กรู๊ส์เอง ฮ่าๆๆ)
     
    โฮสออมซื้อเหล้าชูไฮมาให้ด้วยล่ะ
     
    แรงโคด แรงสุดๆ แอลกอฮอล์ สี่สิบเปอร์เซนต์
     
    ยังไม่กล้าดริ๊งค์เลย
     
    เด๋วรอปีใหม่ ไปก๊งกะอีหลิง เพราะ ยี่สิบ แล้ว ก๊งเส็ด จะได้ "ไปผับ"
     
    ฮ่าๆๆ
     
    ก๊งมากไปเด๋วได้ง่อยพอดี
     
    เฮ้อ บ่นเยอะและ ไปดีกว่า มีสอบคอมโปง่อยพุ่งนี้
     
    บ่นไปบ่นมา ก้อ กัมบารุ ชิกะ ไน๊ จ่างงงง
     
    เหนื่อย ดัดจ๊ะ
     
    ขี้บ่นเนอะ คนอารายเนี่ย